Thailand's leading real estate agent

เปิด10 ธุรกิจเด่น 2017 ‘สุขภาพ-ความงาม’ แรงต่อเนื่อง

By on Dec 23, 2016 in Property News
10ธุรกิจรุ่ง2017 - 10 Outstanding Thailand Business 2017

ที่มา: มติชน

หมายเหตุ – ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงข่าว “10 ธุรกิจเด่น ปี 2017” และธุรกิจดาวร่วงปี 2560 พร้อมประเมินปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยง ที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในปี 2560 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา – วชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

อันดับ 1 ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม เนื่องจากกระแสการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความงามยังมีต่อเนื่อง และการบริการทางการแพทย์และความงามในไทยมีคุณภาพดี ราคาไม่แพงในสายตาคนไทยและต่างชาติ

อันดับ 2 ธุรกิจเครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว มีปัจจัยสนับสนุนจากพฤติกรรมการดูแลรักษาสุขภาพผิวพรรณ ของทุกช่วงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายตอบสนองคนทุกช่วงอายุ และโอกาสขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มประเทศในอาเซียนมีสูง

อันดับ 3 ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพราะพฤติกรรมของ ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วทำให้นิยมเลือก ซื้อสินค้าออนไลน์มีมากขึ้น พร้อมกับมีแอพพลิเคชั่น ให้เลือกซื้อสินค้าและบริการในราคาโปรโมชั่นเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับภาครัฐมีการสนับสนุนธุรกิจ กลุ่มนี้

อันดับ 4 ธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร โดยเฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้รายได้ของประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลมีโอกาสท่องเที่ยวมากขึ้น การส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยซึ่ง มีความหลากหลายทางสถานที่และวัฒนธรรม ตลอดจนมีนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้นจากมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ

ส่วนธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้รับปัจจัยเสริมจากสังคมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมเมืองมากขึ้น มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบโทรคมนาคมของไทยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยีจากภาครัฐ และราคาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ต่ำลง

อันดับ 5 ธุรกิจวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง จะได้รับแรงบวกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลโดยงบประมาณกว่า 6 แสนล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการครอบคลุมทั้งประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า

อันดับ 6 ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งจะเติบโตตามบริการส่งสินค้าจากการซื้อผ่านออนไลน์ การเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมถึง มีการพัฒนาเมือง การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ทำให้มีการขนส่งเพิ่มมากขึ้น

อันดับ 7 ธุรกิจบริการทางการเงิน เป็นกลุ่มธุรกิจที่ขึ้นมาใหม่ในการจัดอันดับ โดยเฉพาะกลุ่มเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออนไลน์แบงกิ้ง และฟินเทค ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเงินใน รูปแบบออนไลน์มากขึ้น และความเป็นสังคมเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย และใช้ระยะเวลารอคอยน้อย รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้บริการคน ซึ่งมีแนวโน้มจะใช้บริการทางการเงินผ่านออนไลน์มากขึ้น

อันดับ 8 ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ธุรกิจประกันภัย และธุรกิจออร์แกไนซ์
สำหรับโมเดิร์นเทรด มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของร้านค้าสมัยใหม่ในชุมชนมากขึ้น ความเป็นสังคมเมือง และการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยที่ทำให้รายได้คนเพิ่มขึ้น

ธุรกิจประกันภัย จะเติบโตจากภาวะเศรษฐกิจประเทศจะมีโอกาสปรับตัวดีขึ้น นโยบายหักลดหย่อนภาษีที่ยังมีต่อเนื่อง รวมถึงเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีการออมระยะยาวมากขึ้น

ธุรกิจออร์แกไนซ์ กลับมาสู่การจัดอันดับในปี 2560 อีกครั้ง หลังจากเคยติดอันดับธุรกิจเด่นในปี 2557 เนื่องจากกระแสของการจัดงานแสดงสินค้า งานเลี้ยง งานสังสรรค์ในวาระต่างๆ ของผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการบริโภคหรือสร้างการรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์ และ การประชุมสัมมนาของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

อันดับ 9 ธุรกิจซ่อมและจำหน่ายอะไหล่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมถึง เครื่องดื่มเพื่อความบันเทิง มีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันมีความไม่เข้าใจในเทคโนโลยีเมื่อเกิดปัญหา ทำให้ต้องเข้าร้านซ่อม และต้องอัพเดตซอฟต์แวร์ตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา

ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มนั้น ได้แรงบวกจากการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มมีมากขึ้น เช่น เพื่อสุขภาพ อาหาร ฮาลาล เป็นต้น และสังคมเมืองที่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

อันดับ 10 ธุรกิจการศึกษาและธุรกิจให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบัญชีที่จะยังเติบโต เนื่องจากการแข่งขันทางด้านการศึกษาหรือการสอบวัดระดับต่างๆ ยังมีอย่างต่อเนื่อง ค่านิยมการศึกษาที่พ่อแม่นิยมให้ลูกกวดวิชาหรือเรียนภาษาเพื่อจะสอบแข่งขัน

ส่วนธุรกิจให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบัญชี ได้รับปัจจัยบวกจากการติดต่อการค้าและบริการกับประเทศเพื่อนบ้านหรือต่างประเทศมากขึ้น สังคมเมืองที่ทุกคนต่างอ้างสิทธิส่วนบุคคล มีการฟ้องร้องกันมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของไทยมีมากขึ้น ต้องติดตามและปรับเปลี่ยนข้อสัญญาต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมให้ธุรกิจจัดทำบัญชีมาตรฐาน


10 ธุรกิจดาวร่วง

ส่วน 10 ธุรกิจดาวร่วงในปี 2560 ได้แก่ 1.ธุรกิจฟอกย้อม 2.ธุรกิจหัตถกรรม 3.ธุรกิจนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ จะเห็นว่าที่ผ่านมานิตยสารหัวดังๆ ปิดตัวแล้ว 4.ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ 5.ร้านเช่าวิดีโอ ซีดี 6.สิ่งทอผ้าผืน ที่เป็นงานไม่เน้นฝีมือ ตัดเย็บทั่วไป 7.ธุรกิจจัดทำโปสเตอร์ 8.ธุรกิจโรงไม้ 9.ธุรกิจ ตัดและซ่อมรองเท้า รวมถึงธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแบบดั้งเดิม ไม่มีการออกแบบเฉพาะและเป็นสมัยใหม่ 10.ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องจักรทางการเกษตร ที่เป็นธุรกิจดาวร่วงดังกล่าวเนื่องจากบางธุรกิจความต้องการของตลาดลดลง มีรายได้ลดลง แต่ต้นทุนยังเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจชะลอตัวและปิดตัวลง ประกอบกับเมื่อเข้าสู่สังคมดิจิทัล มีเทคโนโลยีเข้ามา เกิดธุรกิจใหม่ทดแทนธุรกิจเดิม เช่น อีบุ๊กทดแทนหนังสือเล่ม เป็นต้น

นอกจากนี้ธุรกิจดั้งเดิม เช่น ร้านโชห่วย ธุรกิจผลิตสินค้าหรือบริการที่ยังล้าหลัง ไม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคสมัยใหม่ หากไม่ปรับตัว ก็จะอยู่ยาก และจะค่อยๆ หายไป

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย – ธุรกิจบริการทางการ แพทย์และความงาม ยังคงติดอันดับ 1 ใน ธุรกิจดาวเด่นต่อเนื่องมา 6 ปี และคาดว่าอย่างน้อย 3-5 ปี จากนี้จะยังคงติดอันดับต้นๆ ในธุรกิจดาวเด่น เพราะกระแสให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความงามยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพมากขึ้น

นอกจากนี้มองว่าธุรกิจไอที ธุรกิจ โลจิสติกส์ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจประกันชีวิต จะยังคงเป็นธุรกิจเด่นต่อไป เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จะเติบโตไปกับเทรนด์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งในขณะนี้และต่อจากนี้ ได้แก่ เทรนด์สังคมดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ ความเป็นสังคมเมืองทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ซึ่งมีทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ขยายตัว เทรนด์สังคมผู้สูงวัย และเทรนด์ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ปัจจัยสนับสนุนต่อการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ประกอบด้วย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีผลต่อการบริโภคภาคเอกชนอย่างชัดเจน การจัดสรรงบประมาณกลางปี จำนวน 1 แสนล้านบาท ให้กับ 18 กลุ่มจังหวัดที่เสนอโครงการพัฒนาท้องถิ่น การส่งออกเริ่มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ภาคการท่องเที่ยวยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี การปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ และสถานการณ์การเมืองในประเทศมีเสถียรภาพ

ด้านปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ที่มีผลต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความกังวลต่อภัยก่อการร้าย มีผลทำให้การค้าและลงทุนของโลกซบเซา เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวจากปัญหาภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของภาคสถาบันการเงิน


‘4 ป.’รับมือการเปลี่ยนแปลง

ภาคธุรกิจในปี 2560 จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจไทยและโลก ประกอบไปด้วยการเปลี่ยนแปลง 4 ป.

1.ปรับโครงสร้าง หลายประเทศทั้งสหรัฐอเมริกา จีน สหราชอาณาจักร จะเน้นการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ และเน้นการค้าภายในกลุ่มของตัวเอง เช่น อาเซียน

2.ปรับสมดุล ในปี 2560 สินค้าที่เคยล้นตลาด (โอเวอร์ซัพพลาย) เช่น น้ำมัน ข้าว เหล็ก เป็นต้น จะเริ่มปรับการผลิตให้ลดลงเพื่อให้เข้าสู่ภาวะสมดุล ส่งผลให้ราคาค่อยๆ ดีขึ้น คาดในปีหน้าราคาน้ำมันจะเริ่มกลับมาสู่สมดุลและยืนในระดับ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น

3.ปรับเปลี่ยน มองว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเริ่มปรับเปลี่ยนสู่ทางบวกมากขึ้น และภัยก่อการร้ายที่มีอยู่ในหลายประเทศจะควบคุมได้ เศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล และมีการปรับ เปลี่ยนโครงสร้างการจับจ่ายใช้สอยมาสู่ระบบเทคโนโลยีมากขึ้น

4.ปรับปรุง โลกจะมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเป็นจำนวนมาก เพื่อดูแลผลผลิตในประเทศ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ในปีหน้าจะมีกฎหมายผ่านเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลายฉบับ ภาคธุรกิจก็จะมีการปรับปรุงตัวเอง ทั้งการผลิตที่ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมีการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ การบริการให้เหมาะสม

ศูนย์พยากรณ์คาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2559 จะยังขยายตัวได้ 3.2% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.6% ในปี 2560 ด้านการส่งออกในปีนี้คาดว่าจะติดลบ 0.4% และในปี 2560 จะขยายตัวได้ 1.4% เปรียบเทียบธุรกิจเด่นในปี 2559 และ 2560 มี 3 ธุรกิจเด่นในปี 2560 ที่อันดับสูงขึ้นกว่าปี 2559 คือ

  • ธุรกิจเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 จากเดิมอยู่อันดับ 3
  • ธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 จากอันดับ 8
  • ธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์ ขึ้นมาอันดับ 6 จากอันดับ 7 ส่วนธุรกิจเด่นในปี 2560 ที่มีอันดับลดลงจากปี 2559 มี 4 กลุ่มธุรกิจ
  • ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (คอมพิวเตอร์ มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ลงมาอยู่อันดับ 4 จากเดิมอันดับ 2
  • ธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต ลงมาอยู่อันดับ 8 จากอันดับ 5
  • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มเพื่อความบันเทิง) ลงมาอยู่อันดับ 9 จากอันดับ 6
  • ธุรกิจการศึกษา ลงมาอยู่อันดับ 10 จากอันดับ 9 สำหรับธุรกิจตัวใหม่ที่เข้ามาสู่การจัดอันดับ 10 ธุรกิจเด่นในปี 2560 ได้แก่ ธุรกิจบริการทางการเงิน

ธุรกิจโมเดิร์น เทรด ธุรกิจออร์แกไนซ์ ธุรกิจซ่อมและจำหน่ายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ และธุรกิจให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบัญชี
ขณะที่ธุรกิจเด่นในปี 2559 หลุดอันดับไม่ติด 10 ธุรกิจเด่นในปี 2560 ได้แก่ ธุรกิจจัดการตลาด โดยเฉพาะตลาดนัด ตลาดสดที่รูปแบบทันสมัย ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจจำหน่ายและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจยาและเวชภัณฑ์และสมุนไพรธรรมชาติ ธุรกิจออกกำลังกาย เช่น ฟิตเนส สนามกีฬา รวมทั้งธุรกิจพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน

ที่มา: มติชน – 24 ธันวาคม 2559

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.