Thailand's leading real estate agent

เจาะกำลังซื้อบ้าน-คอนโด-รถไฟฟ้าเปลี่ยนตลาด

By on Nov 14, 2012 in Property News, Residential

ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ซึ่งเป็นผลจากการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ อนันต์ อัศวโภคินกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ ให้คำจำกัดความไว้ว่าเป็น “เบบี้” ของคนยุคเบบี้บูม ซึ่งวันนี้มีอิทธิพลต่อตลาดสูงมาก

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากการลงทะเบียนผู้เข้าชมงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งล่าสุดของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พบการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สะท้อนพฤติกรรมการซื้อบ้านที่เปลี่ยนแปลงไปเช่น ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่มากกว่าบ้านเดี่ยว จำนวนคนโสดที่มีสัดส่วนที่สูงขึ้น อายุคนซื้อบ้านที่เป็นกลุ่มคนวัยเริ่มทำงานมีมากขึ้นกับกลุ่มคนอายุ 50-60 ปี ที่มีมากขึ้น  และต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดหลังที่สองไว้อยู่เองหรือไว้ให้ลูกหลาน เป็นต้น

คนโสด/เริ่มทำงานกำลังซื้อหลัก
ส่วนสถานภาพการสมรส พบว่าผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่เป็นคนโสดถึง71.3% และส่วนใหญ่หรือ 40.8%มีอายุระหว่าง 21-30 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน คิดเป็น53.8% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดรองลงมาคือเป็นเจ้าของกิจการ10.9% และรับราชการมาเป็นอันดับ 3 คือ 10.3% ส่วนรายได้ของครอบครัวต่อเดือน พบว่า 25.4% มีรายได้ 30,001-50,000 บาท

ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่มีที่อยู่อาศัยใน กทม. ถึง 70.9% รองลงมาได้แก่นนทบุรี 6.5% สมุทรปราการ 4.7%และปทุมธานี 3.3% ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยว 35.7% รองลงมาคือ อพาร์ตเมนต์/หอพัก/แฟลต19.2% ทาวน์เฮาส์ 17.2% คอนโดมิเนียม 14.4% อาคารพาณิชย์11.8% และบ้านแฝด 1.8%

ด้านสถานะการอยู่อาศัย พบว่า32.2% มีสถานะเป็นผู้อยู่อาศัย รองลงมาเป็นเจ้าของไม่มีภาระผ่อน29.9% เช่า 22% เป็นเจ้าของมีภาระผ่อน 13.2% และอยู่บ้านสวัสดิการ 2.6% ส่วนจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้านปัจจุบัน พบว่า 24.7%มีจำนวน 2 คน รองลงมาคือ 20.7%มีจำนวน 4 คน โดยส่วนใหญ่ หรือ41.1% จะอยู่อาศัยมาแล้วมากกว่า10 คนขึ้นไป

คอนโดมาแรงแซงบ้านเดี่ยว
สำหรับลักษณะที่อยู่อาศัยที่ต้องการซื้อ พบว่า 90.3% ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ มีเพียง 9.7%เท่านั้นที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมือสอง และเมื่อจำแนกประเภทบ้านที่ต้องการซื้อ พบว่า 41.4% ต้องการซื้อคอนโดมิเนียม รองลงมาคือ35.6% ต้องการซื้อบ้านเดี่ยว และ 15.7% ต้องการทาวน์เฮาส์ ถือเป็นครั้งแรกที่ความต้องการคอนโดมิเนียมมีมากกว่าบ้านเดี่ยว

ในส่วนของงบประมาณในการซื้อบ้าน พบว่า 42.4% ต้องการซื้อบ้านในระดับราคา 1.1-2 ล้านบาทรองลงมาคือ 25.1% ต้องการซื้อในราคา 2.1-3 ล้านบาท และ 12.7%ต้องการซื้อในระดับราคา 3.1-4 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนที่นำมาซื้อบ้าน พบว่า 78.5% กู้เงินจากสถาบันการเงิน ขณะที่ 21.5% ใช้เงินออมส่วนตัว โดยผู้ที่กู้เงินจากสถาบันการเงิน ส่วนใหญ่ หรือ39.2% มีความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือน 1-2 หมื่นบาทรองลงมาคือ 34.3% ผ่อนชำระไม่เกิน1 หมื่นบาทและ 12.2% ผ่อนชำระ2-3 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่า 21.9% คิดจะซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 1-2 ปี และ13% ตั้งใจที่จะมาซื้อภายในงานโดย 36.6% ต้องการมีผู้อาศัยจำนวน 2 คน ส่วนทำเลที่ผู้เข้าชมงานมีความต้องการซื้อมากที่สุด คือทำเลในเขต กทม. โดยเขตที่มีผู้ต้องการซื้อใน 10 ลำดับแรก คือบางนา ลาดพร้าว จตุจักร ห้วยขวางพญาไท พระโขนง สาทร บางซื่อบางกะปิ และธนบุรี ตามลำดับ

รถไฟฟ้า-ใกล้แหล่งงานทำเลฮิต
สำหรับทำเลที่ต้องการ 54.2%ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าหรือกำลังก่อสร้าง หรือมีโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคต รองลงมาคือ26.4% ต้องการซื้อใกล้ที่ทำงานและ 9.3% ต้องการใกล้ห้างสรรพสินค้า

เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุที่ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้เข้าชมงานพบว่าผู้เข้าชมงานที่ต้องการซื้อ”เพื่อเป็นทรัพย์สิน”และ “เพื่อลงทุน/ให้เช่า” คิดเป็น 22% ในขณะที่ความต้องการซื้อ “เพื่อต้องการแยกครอบครัว/แต่งงาน” และ”เพื่อต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง” คิดเป็น 55% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

ที่มา : โพสต์ทูเดย์ 13 พฤศจิกายน 2555

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.