Thailand's leading real estate agent

E-commerce อสังหาฯ แห่ขายออนไลน์รับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่

By on Apr 06, 2016 in Property News

กระแส “อีคอมเมิร์ซ” หรือ การขายผ่านออนไลน์ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะหลังระบบสื่อสารโทรคมนาคมพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาถึง 4จี ทำให้ให้การขายผ่านช่องทางออนไลน์เปิดกว้างมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัว ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง

แนวโน้มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปี 2557 กว่า 2,110 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2,700 ล้านคน ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะที่เมืองไทยยอดผู้ใช้ปี 2557 อยู่ที่ 24.4 ล้านคน และเพิ่มเป็น 36 ล้านคนในปี 2558 ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปีนี้จะมีผู้เข้าใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ บนโครงข่าย 3จี และ 4จี 38.4-39.7 ล้านคน ขยายตัว 11-14.7% จากปี 2558 คิดเป็นอัตราการเข้าถึงโมบายอินเทอร์เน็ต 60.4- 62.6% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซหรือชอปปิง ออนไลน์ มีมูลค่าสูงถึง 6.77 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้ว และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 1.5 แสนล้านบาท

อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยไลฟ์ไสตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาข้อมูลต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตัวผลักดันสำคัญให้ผู้บริโภคหันมาซื้อ สินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น คาดว่าตลาดอีคอมเมิร์ซ จะเติบโตขึ้นอย่างมาก ในปี 2559 ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวรองรับพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนไป ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ มากขึ้น

ทั้งนี้ ไม่เพียงทำให้แนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเป็นแบบผสมผสาน หรือเป็นมิกซ์ยูสมากขึ้น ส่วนการขายที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการได้เริ่มขยายช่องทางออนไลน์ หลังเติบโตจากช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงวางแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขาย มาจากออนไลน์ในปี 2559 อีกด้วย

“อีคอมเมิร์ซ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ และต้องยอมรับว่าออนไลน์เป็นกระแสมาแรง ถึงตอนนี้สัดส่วนการชอปปิงผ่านออนไลน์ยังต่ำ แสดงว่ายังสามารถเติบโตได้มาก ทุกธุรกิจต้อง ปรับตัว อีคอมเมิร์ซกระทบกับทุกธุรกิจ เพราะเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของคนทั้งหมดซึ่งเร็วมาก ไม่เว้นแม้แต่อสังหาฯ หากใครเห็นเทรนด์นี้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว และลงมือทำก่อนจะได้เปรียบมาก”

ในส่วนของ ซีบีอาร์อีทำธุรกรรมผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นทุกปี มีส่วนทำให้ยอดขายเติบโต 10% ขณะที่ยอดการค้นหาโครงการผ่านเว็บไซต์โต 15% ต่อปี ดังนั้น หากมีการพัฒนาเว็บไซต์ที่ดี ยอดขายก็ตามมาโดยที่ไม่ต้องไปจัดแสดงต่างประเทศ โดยคาดว่าธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ของซีบีอาร์อี ปี 2559 มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17% จากปีที่แล้ว

ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานจะมีความต้องการใช้พื้นที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน การใช้พื้นที่อาคารสำนักงานเปลี่ยนไปตามพฤติกรรม คนรุ่นใหม่ โดยจะ เป็นการแชร์พื้นที่ หรือ Coworking Space เดินทางสะดวก มีศูนย์การค้าในโครงการรองรับ

โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะขยายผลการเปิดขายคอนโดมิเนียมบนออนไลน์มาใช้กับ 10 โครงการใหม่ และบริหารสต็อกเหลือขายด้วย หลังจากนำร่องโครงการแรกที่ลุมพินี วิลล์ ราชพฤกษ์-บางแวก เปิดให้ลูกค้าจองซื้อทางอินเทอร์เน็ตภายในเวลา 24 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีผลตอบรับจ่ายเงินจองซื้อ 46 ยูนิต ใกล้เคียงกับเป้าที่ตั้งไว้ 50 ยูนิต

ทั้งนี้บริษัทจำกัดจำนวนการขายผ่านออนไลน์ โดยเลือกชั้นสินค้าราคาถูกสุดในโครงการ และบริเวณชั้นที่ได้รับความนิยมแต่ราคาสูงกว่ามานำเสนอขาย โดยจุดเด่น คือลูกค้าสามารถเลือกห้องได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเข้าคิวรอ บริษัทก็ได้ประโยชน์ ไม่เสียโอกาสในการขาย เพราะมองว่าอาจจะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ไม่สะดวกมาจองซื้อในวันเปิดขายอย่างเป็นทางการได้

“พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันยอมรับการซื้อขายบนออนไลน์มากขึ้น ตอนนี้ถือว่าผ่านสเตปแรก ต่อไปการขายคอนโดบนออนไลน์จะเป็นช่องทางหนึ่งในการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของการเก็งกำไร ที่สำคัญคือออนไลน์ทำแล้วต้องไม่เงียบ ต้องมีอะไรให้ผู้บริโภคติดตามตลอด” เช่นเดียวกับ อภิชาติ จูตระกูลประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขายและค้นหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตมีมากขึ้น จึงนำแอพพลิเคชั่น eProperty Track มาใช้ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มตัวแทนขายหรือเอเย่นต์ ในเอเชียในลักษณะแบบบีทูบี ที่พัฒนาโดยพร็อพเพอร์ตี้ กูรู กรุ๊ป กลุ่มสื่ออสังหาฯ และผู้บริหารจัดการเว็บไซต์ DDproperty.com ร่วมกันพัฒนา ePropertyTrack for Sansiri เพื่อรองรับการขายอสังหาฯ ให้ลูกค้าในต่างประเทศ ทำให้เป็นการขายแบบไร้พรมแดน

แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะนำเสนอ โครงการแบบเรียลไทม์ โดยจะนำ 7 โครงการที่เหมาะกับการอยู่อาศัยและ การลงทุนมาทำตลาด ซึ่งเป็นโครงการ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งหลังจากทดลองทำตลาดมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดี คาดว่าจะมีการขาย ผ่านออนไลน์ของกลุ่มลูกค้าต่างชาติปีนี้ เพิ่ม 20-30% ปีนี้บริษัทได้รุกกลุ่มลูกค้าต่างชาติ มากขึ้น ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 3,500 ล้านบาท

ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า เอสซีฯ ให้ความสำคัญการใช้สื่อออนไลน์ทำการตลาดมากขึ้น โดยใช้งบเพิ่มมาก ขึ้นทุกปี ปัจจุบันอยู่ที่ 20% ของการตลาดรวม แม้ขณะนี้ยังไม่ได้เปิดขายบ้าน ทางออนไลน์ แต่ในอนาคตก็มีความ เป็นไปได้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ – 5 เมษายน 2559

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.