Thailand's leading real estate agent

ทายาทเกลือปรุงทิพย์ตระกูล“สาลักษณ์”รุกธุรกิจอสังหาฯในกทม.-ตจว.

By on Mar 23, 2017 in Property News

ทายาทเกลือปรุงทิพย์ นายพงศธร จอม สาลักษณ์

ทายาทเกลือปรุงทิพย์ ตระกูล“สาลักษณ์”รุกธุรกิจอสังหาฯระดับพรีเมี่ยมในกทม.เต็มสูบและรีสอร์ทหรู หัวเมืองท่องเที่ยว เปิดแผนปี60 ผุดอย่างน้อย 3 โครงการ ทั้งคอนโดฯ, ทาวน์โฮม รวมมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งเตรียมขยายรีสอร์ทบนเกาะเต่ารองรับดีมานด์ต่อเนื่อง

นายพงศธร จอม สาลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนารีสอร์ท ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี และคอนโดฯภายใต้แบรนด์ “ฟินน์ อารีย์” มาแล้ว และจากการศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าความต้องการในที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยังมีอยู่มาก ดังนั้นแผนการดำเนินงานธุรกิจอสังหาฯนับจากนี้จะรุกการพัฒนามากขึ้นปีละ 1-2 โครงการทั้งในย่านซีบีดีกรุงเทพฯและต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยว หากเป็นการพัฒนาโครงการเพื่อการขายก็จะพัฒนาในนามบริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด แต่ถ้าหากเป็นการพัฒนารีสอร์ทในหัวเมืองท่องเที่ยวจะเป็นการตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ต่อการพัฒนา 1 โครงการ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2560 นี้จะเปิดตัวอย่างน้อย 3 โครงการคือ โครงการ “ฟินน์ สุขุมวิท31” ตั้งอยู่บนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 1 อาคาร สูง 8 ชั้น ขนาด 36-400 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาทขึ้นไป หรือราคาเฉลี่ย 175,000 บาท/ตารางเมตร จำนวนทั้งสิ้น 63 ยูนิต มูลค่าโรงการ 800 ล้านบาท โดยได้มอบหมายให้บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้บริหารงานขาย โดยก่อนเปิดพรีเซลมียอดขายแล้วประมาณ 30% เป็นลูกค้าคนไทยทั้งหมด และจะเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการในวันที่ 25-26 มีนาคม 2560 นี้ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 50% และปิดการขายได้ทั้งหมดภายในปีนี้

“เราชอบดำเนินธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และมั่นใจว่ายังมีดีมานด์ที่มีความต้องการโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อย แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ได้ผลตอบแทนสูงกว่าโครงการไฮไรส์ คือเจ้าของห้องชุดสามารถปล่อยเช่าและมีอัตราผลตอบแทนอย่างต่ำ 5%ต่อปี

นายพงศธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนโครงการที่ 2มีแผนจะนำที่ดินในซอยสุขุมวิท 31 ซึ่งใกล้เคียงกับโครงการแรก ซึ่งเป็นที่ดินเก่าของครอบครัว พื้นที่ประมาณ 300 ตารางวา มีแผนจะนำมาพัฒนาเป็นทาวน์โฮม สูงประมาณ 4 ชั้น เจาะตลาดพรีเมี่ยมลักชัวรี่ คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในไตรมาส3-4ปีนี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆได้

และอีกแปลงมีแผนที่จะนำที่ดินย่านรัชดาภิเษก ใกล้ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ มาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โลว์ไรส์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่างๆได้

fynn sukhumvit 31 low rise condo for sale

สำหรับความคืบหน้าโครงการ “ฟินน์ อารีย์”ซึ่งเป็นคอนโดฯ โลว์ไรส์ สูง 8 ชั้น จำนวน 79 ยูนิต มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาทนั้น ได้เปิดขายไปเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเปิดขายเพียง 4 เดือนมียอดขายถึง 80% ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 95% คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งหมดได้ภายในปีนี้ โดยจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จเสร็จและทยอยโอนกรรมสิทธิ์ได้ภายในระยะเวลา 2-3 เดือนนี้

ด้านธุรกิจรีสอร์ทที่หาดเทียน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 117 ไร่นั้น ซึ่งเป็นที่ดินสะสมของครอบครัว และในปี 2551 ตนได้นำขึ้นมาพัฒนาโครงการแรกคือ “หาดเทียน บีช รีสอร์ท” เป็นวิลล่าริมทะเล จำนวน 70 หลัง และโรงแรมภายใต้แบรนด์ “เดอะ บีชคลับ บายหาดเทียน” ในรูปแบบห้องพักเห็นวิวทะเล จำนวน 74 ห้อง รวมมูลค่าการลงทุนทั้ง 2 ส่วนประมาณ 1,500 ล้านบาท อัตราค่าที่พักเริ่มต้นที่ 3,900-12,000 บาท/คืน โดยปี 2559 ที่ผ่านมามีอัตราการเข้าพักประมาณ 74% ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะยุโรป และในปลายปีนี้มีแผนที่จะนำที่ดินส่วนที่เหลือมาพัฒนาห้องพักและวิลล่าเพิ่มอีก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ นอกจากนี้ยังมีที่ดินบริเวณด้านหลังเกาะเต่าอยู่อีก 45 ไร่ แต่ยังไม่มีแผนที่จะนำขึ้นมาพัฒนาแต่อย่างใด

อีกทั้งยังมีที่ดินบริเวณเขาหลัก จ.พังงา อีก 1 แปลง มีแผนจะพัฒนาเป็นวิลล่าริมชายหาดและวิวทะเล อีกประมาณ 79 หลัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2562 โดยจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ตนยังมีที่ดินบริเวณฝั่งตะวันออก ของจ.ภูเก็ต อีก 1 แปลง ในอนาคตมีแผนจะพัฒนาเป็นบ้านระดับไฮเอนด์ ประมาณ 6-7 หลัง ราคาประมาณ 1-4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 50-150 ล้านบาท ซึ่งคงต้องรอให้ตลาดต่างชาติโดยเฉพาะยุโรปและอเมริกากลับมาก่อน จึงจะเริ่มพัฒนาได้

“ทั้ง 2 ธุรกิจคืออสังหาฯเพื่อการขายและธุรกิจรีสอร์ทหากเป็นในต่างประเทศถือว่าเป็นธุรกิจอสังหาฯเหมือนกัน แต่ความเสี่ยงไม่เหมือนกัน ในขณะเดียวกันทั้ง 2 ธุรกิจก็จะช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทนั้นสามารถเป็นรายได้ระยะยาว ในขณะที่ธุรกิจอสังหาฯเพื่อการขายก็เป็นธุรกิจที่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายกว่าธุรกิจอื่น เพราะมีสินค้าหรือที่ดินที่จับต้องได้ และเป็นธุรกิจที่ไม่มีวันหายไปได้”นายพงศธร กล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อประมาณปี 2552 นายพงศธร ยังได้ร่วมทุนกับนายโชน โสภณพนิช  และกลุ่มนายยศพนต์ จันทร์สุขศรี ก่อตั้งบริษัท ไอเดียส์ 1606 จำกัด ขึ้นมาเพื่อพัฒนาโครงการเวลา เขาเต่า เรสซิเดนเซส (VEYLA Khao Tao Residences)ในรูปแบบของคอนโดฯและวิลล่า รวม 15 ยูนิต มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท ปัจจุบันได้ปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง นายพงศธร จอม สาลักษณ์ เป็นทายาทนายดุสิต สาลักษณ์ ซึ่งดำเนินธุรกิจเกลือบริสุทธิ์ ภายใต้แบรนด์ “เกลือปรุงทิพย์” และมารดาคือนางดาราวัลย์ สาลักษณ์(ศรีเฟื่องฟุ้ง)ที่ครอบครัวฝ่ายมารดาดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ ภายใต้บริษัท ไทยฮาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด

ที่มา: Prop2morrow – 23 มีนาคม 2560

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.