Thailand's leading real estate agent

แห่เปิดบ้านหรู หนีตลาดล่าง

By on Jul 05, 2018 in Property News, Residential

แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ ยังอยู่ในสภาวะรอการฟื้นตัว แต่ตลาดบ้านหรูราคาแพงกลับมีทิศทางเติบโตสวนกระแส จึงทำให้บรรดาผู้ประกอบต้องกระจายการลงทุนเพื่อมาจับลูกค้าในระดับนี้มากขึ้น

จากการสำรวจตลาดบ้านหรู บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาสแรกปี 2561 พบว่ามีผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่และรายย่อย 42 โครงการ จำนวน 1,554 ยูนิต โดยในปี 2560 มีการพัฒนาบ้านหรูออกสู่ตลาดกว่า 400 ยูนิต สะท้อนให้เห็น ถึงความต้องการที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำเลที่เน้นพัฒนาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ 1.สุขุมวิท (พร้อมพงษ์-เอกมัย) 2.ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ 3.พระราม 9-ศรีนครินทร์-พัฒนาการ 4.ราชพฤกษ์ 5.สาทร พระราม 3

สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีบ้านเดี่ยวระดับราคา 10-20 ล้านบาท เข้าสู่ตลาดกว่า 600 ยูนิต และ ทาวน์เฮาส์ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปประมาณ 30 ยูนิต สำหรับถนนพระราม 3 มีการพัฒนาทาวน์โฮมมากที่สุดประมาณ 2,700 ยูนิต รองลงมา คือ อาคารพาณิชย์/โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด โดยทาวน์โฮมถือว่ามีการตอบรับจากผู้ซื้อมากที่สุด

จะเห็นได้ว่าจากปี 2558 ทาวน์โฮมมีราคาเริ่มต้น 7-8 ล้านบาท เนื้อที่ประมาณ 28 ตารางวา (ตร.ว.) พื้นที่ใช้สอย 250-280 ตารางเมตร (ตร.ม.) แต่ปัจจุบันราคาทาวน์โฮมย่านพระราม 3 เริ่มต้นที่ประมาณ 14-30 ล้านบาท หรือบ้านแนวสูง 4-4.5 ชั้นขึ้นไปมีความต้องการสูงขึ้นเช่นกัน

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการที่จะต้องให้ความสำคัญกับตลาดบ้านและทาวน์โฮมราคาแพงรวมไปถึงธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาว (Recuring Income) มากขึ้น จากก่อนหน้าน้ำหนักในการพัฒนาโครงการจะเน้นพัฒนาคอนโดมิเนียมจับตลาดแมส หรือราคาไม่แพง แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อคอนโดระดับล่างได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือน จนไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ กลยุทธ์การพัฒนาโครงการ ต่อไปจึงต้องกระจายความเสี่ยงโดยมุ่งสู่ตลาดระดับบีบวกขึ้นไป

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการ BAAN 365 by LPN รูปแบบทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวซึ่งถือเป็นสินค้าเรือธงสำคัญบนถนนพระราม 3 จำนวน 99 ยูนิต ราคาขาย 18-60 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 700 ล้านบาท หรือจำนวน 20 ยูนิต แบ่งเป็นทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวสัดส่วน 50: 50 โดยภายในสิ้นปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 บริษัทมีรายได้จากตลาดแนวราบ 10% จากรายได้รวมกว่า 9,000 ล้านบาท แต่ในปี 2561 ตั้งเป้าว่าสัดส่วนจะอยู่ที่ 17% หรือมียอดขาย 2,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายบ้านราคาแพงจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 6-7% จากเป้ารายได้รวม 1.2 หมื่นล้านบาท

“ที่ผ่านมาสัดส่วนการพัฒนาโครงการคอนโดระดับล่าง หรือแมสจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 80-90% แต่นับจากนี้ไปสัดส่วนจะเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดระดับล่างจะเหลือ 50% โครงการคอนโดระดับสแตนดาร์ดราคา 7-8 หมื่นบาท/ตร.ม. จะอยู่ที่ 40% อีก 10% จะเป็นโครงการระดับพรีเมียมราคา 1.5 แสนบาท/ตร.ม.ขึ้นไป และบ้านเดี่ยวราคา 35 ล้านบาท/ยูนิตขึ้นไป”

ศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ตลาดบ้าน ระดับลักซ์ชัวรี่ราคา 20 ล้านบาทขึ้น ตลาดยังมีความต้องการเนื่องจากคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จมีมากขึ้นและมีการสร้างครอบครัวใหม่ โดยบริษัท ได้เปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9-ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่พื้นที่ 20 ไร่ จำนวน 69 ยูนิต ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ใช้สอยขนาด 400-492 ตร.ม. มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท ซึ่งการรุกตลาดบ้านหรูคาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้ในปีนี้ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 400 ล้านบาท จากการพัฒนาคอนโดมิเนียม ไวโอ้ ย่านแคราย

ด้าน อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดบ้านเดี่ยวมีอุปทานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เปิดตัว 1.2-1.3 หมื่นยูนิต โดยทำเลที่พัฒนาส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันตกและตะวันออก ซึ่งบ้านหรูระดับราคา 20-30 ล้านบาทขึ้นไป เปิดตัวในช่วง 3 ปีนับจากปี 2559 จนถึงปัจจุบันเปิดตัวรวม 1,115 ยูนิต และโครงการส่วนใหญ่ที่เปิดขายมียอดขาย 50-60% หลังจากเปิดตัวได้ 1 ปี ถือเป็นยอดขายที่ค่อนข้างดี

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ – 3 กรกฏาคม 2561

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.