Thailand's leading real estate agent

กันที่ดิน 200 ไร่ “ย่านมักกะสัน” เพิ่มปอดแห่งใหม่คนกรุงเทพฯ

By on Apr 09, 2015 in Investment-Land, Property News

กำลัง จะคืบหน้าแล้ว สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินสะสม 1.1 แสนล้านบาทของ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” ล่าสุดทาง “บิ๊กจิน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” รมว.คมนาคม กำหนดเดดไลน์ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ให้ ร.ฟ.ท.เร่งหาข้อสรุปกับกระทรวงการคลังประเด็นการใช้ทรัพย์สินที่ดินแลกกับ การล้างหนี้สะสม ซึ่งเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาข้ามกระทรวงเมษายนนี้

news-prachachat_9apr

เม.ย. ได้ฤกษ์เปิดโต๊ะเจรจา

ความ เคลื่อนไหวที่วางแผนไว้ก็คือตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ร.ฟ.ท.จะเริ่มเจรจากับกระทรวงการคลังถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินสะสม 1.1 แสนล้านบาท ตามนโยบาย “คนร.-คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ” หรือซูเปอร์บอร์ด

สำหรับแนวทางการเจรจา แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ข้อเสนอ ร.ฟ.ท. คือนำที่ดินย่านมักกะสัน 497 ไร่ มูลค่าประเมินเบื้องต้น 55,815 ล้านบาทเจรจาแลกหนี้ โดยให้กรมธนารักษ์เช่าระยะยาวเพื่อจัดหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวหรือสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้กับคนกรุงเทพฯ

โดย แบ่งเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่ เช่า 30 ปี วงเงิน 65,056 ล้านบาท กับเช่า 60-90 ปี ซึ่งยังไม่ได้มีการประเมินวงเงิน แต่ไม่ว่าจะเห็นชอบทางเลือกไหนต้องให้ได้ข้อสรุปใน 6 เดือนนี้

ขณะ เดียวกัน ร.ฟ.ท.จะต้องหารือกับ 2 หน่วยงานกระทรวงคลังคือ “สบน.-สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ” กับ “สคร.-สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ” เพื่อพิจารณาร่วมกันว่าภาระหนี้ 1.1 แสนล้านบาท แยกเป็นภาระหนี้ที่เกิดจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลต้องรับภาระจำนวนเท่าไหร่ และภาระหนี้เกิดจากการบริหารกิจการของ ร.ฟ.ท.เองมีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อกำหนดวงเงินชำระหนี้ชัดเจน สำหรับนำมาแลกสัญญาเช่าที่ดิน ร.ฟ.ท.ระยะยาวได้

“เดิมกระทรวงการ คลังเห็นว่า การรถไฟฯมีภาระหนี้เยอะ เลยคิดว่าที่ดินมักกะสันแปลงเดียวคงไม่พอ จึงให้ไปประเมินที่ดินเพิ่มอีก 2 แปลงที่สถานีแม่น้ำ 277 ไร่ มูลค่า 10,413 ล้านบาท อีกแห่งบริเวณ กม.11 จำนวน 359 ไร่ ใกล้สถานีกลางบางซื่อของรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) มูลค่า 18,370 ล้านบาท ประเด็นคือการรถไฟฯ ยืนยันว่าเฉพาะที่ดินย่านมักกะสันแปลงเดียวน่าจะเพียงพอกับการแลกหนี้ จำนวนกว่า 7 หมื่นล้านบาทได้”

กันพื้นที่สร้างปอด 200 ไร่

แหล่ง ข่าวกล่าวอีกว่า ที่ดินมักกะสัน 497 ไร่นี้ จะต้องกันพื้นที่ 200 ไร่ทำสวนสาธารณะเพื่อเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ ตามนโยบาย “คสช.-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” ส่วนที่เหลือ 300 ไร่จึงจะเป็นที่ดินนำไปจัดหาประโยชน์

ทั้งนี้ ที่ดินย่านมักกะสันมีทั้งหมด 745 ไร่ เหลือพื้นที่นำมาพัฒนาได้ 497 ไร่เศษ เนื่องจากส่วนหนึ่งกลายเป็นบึงมักกะสัน 133 ไร่ พื้นที่สาธารณประโยชน์ ถนนโลคอลโรด ถนนนิคมการรถไฟ 39 ไร่ สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ 27.5 ไร่ และทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 47 ไร่

ส่วนนิคมรถไฟมักกะสัน โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ที่พักอาศัย บ้านเดี่ยว และแฟลตพนักงานรถไฟ อาคารพัสดุ ตามแผนจะโยกย้ายไปไว้ที่แก่งคอย แต่ยังติดปัญหาเนื่องจากเปิดรับฟังความคิดเห็นภายในแล้วมีการคัดค้าน เพราะฉะนั้น อาจจะต้องหารือจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ทดแทน แน่นอนว่าโจทย์ข้อนี้อยู่ที่นโยบายจากรัฐบาลเป็นหลัก

“…เรื่องนี้ รับมอบนโยบายให้เร่งดำเนินการทำรายละเอียดโดยเร็ว การนำที่ดินให้กระทรวงการคลังเช่าระยะยาวเพื่อแลกหนี้ ขณะนี้พิจารณากันเฉพาะที่ดินย่านมักกะสันแปลงเดียว น่าจะเพียงพอลดภาระหนี้ได้เพราะมูลค่าที่ดินสูงกว่า 5 หมื่นล้านบาท” คำกล่าวของ “วุฒิชาติ กัลญาณมิตร” ผู้ว่าการคนใหม่ของ ร.ฟ.ท.

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ – 5 เมษายน 2558

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.