Thailand's leading real estate agent

‘อสมท’แก้เกมทีวีทรุด รุกอสังหาฯขุมทรัพย์ใหม่

By on Feb 25, 2019 in Featured, Investment-Land
'อสมท'แก้เกมทีวีทรุด รุกอสังหาฯขุมทรัพย์ใหม่

ปัจจุบันธุรกิจสื่ออยู่ในภาวะชะลอตัว และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปีพอสมควร บริษัทฯจึงมองหาแนวทางการสร้างรายได้ใหม่เพิ่ม

จากการวางยุทธศาสตร์องค์กรระยะยาวของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเน้นขยายธุรกิจสู่ “Non broadcasting” หวังกระจายความเสี่ยงของธุรกิจสื่อดั้งเดิม (ทีวี) ซึ่งอยู่ในช่วงขาลง ด้วยการนำสินทรัพย์ที่ดินในกรุมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะ “ที่ดินใจกลางกรุง” ย่านรัชดาพระราม 9 จำนวน 2 แปลงรวม 70 ไร่ ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

เขมทัตต์ พลเดช กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท กล่าวว่า เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สว.มธ.) ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ และที่ดินที่ทำการของ บมจ.อสมท เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่

“ปัจจุบันธุรกิจสื่ออยู่ในภาวะชะลอตัว และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปีพอสมควร บริษัทฯจึงมองหาแนวทางการสร้างรายได้ใหม่เพิ่ม เพราะการได้กระแสเงินสดมาขับเคลื่อนธุรกิจหลักก็เป็นเรื่องจำเป็น โดยเมื่อเทียบกับธุรกิจสื่อด้วยกันแล้ว บริษัทฯถือว่าได้เปรียบตรงที่มีสินทรัพย์เป็นที่ดิน ขณะที่รายอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่มีที่ดิน และพึ่งพิงรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาเป็นหลัก”

โดยวานนี้ (18 ก.พ.) ได้เปิดรับฟัง ความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยรอบ และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ก่อนจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเดือน เม.ย.นี้ และเตรียมนำเสนอรายงานผลการศึกษาต่อคณะกรรมการ บมจ.อสมท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องราวเดือน พ.ค.-ก.ย.นี้ ก่อนสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลคัดเลือก เอกชนร่วมลงทุนในเดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้

ไพรัช มณฑาพันธุ์ ผู้จัดการโครงการฯ และ ก่อพงศ์ ไทยน้อย ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมของโครงการฯ สว.มธ. ให้ข้อมูล ว่าปัจจุบัน อสมท ต้องดำเนินธุรกิจแข่งกับผู้ประกอบการอื่นๆ เพิ่มขึ้นหลายราย จึงมี แนวคิดในการสร้าง “ความได้เปรียบในการแข่งขัน” เพิ่มสภาพคล่อง ด้วยการนำทรัพย์สิน ที่ดินทั้ง 2 แปลง มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดีกว่าเอาเงินไปตากแดด!

สำหรับแปลงที่ดิน 50 ไร่ (ที่ดินว่างเปล่า ติดถนนเทียมร่วมมิตร) ติดข้อจำกัดทางกฎหมาย ทั้งเรื่องผังเมือง เพราะมีที่ดินส่วนที่ 1 อยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีน้ำตาล ย.9 ประมาณ 48.7% ของพื้นที่รวม หรือคิดเป็น 39,214.21 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 274,499.50 ตร.ม. ขณะที่ดินส่วนที่ 2 อยู่ในพื้นที่สีส้ม ย.6 ประมาณ 51.3% ของพื้นที่รวม หรือ 41,307.79 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยสูงสุดที่ทำได้คือ 185,885.04 ตร.ม.

นอกจากนี้ ยังมีข้อห้ามตามข้อบัญญัติ กทม. ว่าไม่ให้ที่ดินระยะโดยรอบ ศูนย์วัฒนธรรมฯ ก่อสร้างอาคารสูงเกิน 9 เมตร พื้นที่รวมเกิน 1,000 ตร.ม.ในหลังเดียว และยังห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิด เช่น โรงแรม โรงมหรสพ ตลาด และตึกแถวโรงแรม โรงมหรสพ ตลาด และตึกแถว

ส่วนแปลงที่ดิน 20 ไร่ (ที่ทำการของสำนักงาน อสมท ในปัจจุบัน) ในกรณีที่มีการรื้อถอนอาคารเดิม จะมีพื้นที่ใช้สอยสูงสุดที่ทำได้มากถึง 225,288 ตร.ม.

“แม้ที่ดินแปลง 50 ไร่จะมีข้อจำกัด แต่ด้วยศักยภาพทั้งทำเลที่ตั้งในเขตศูนย์กลางธุรกิจในอนาคต และยังอยู่ในรัศมีห่างจากสถานีรถไฟฟ้า 500 เมตร สามารถเข้าถึงพื้นที่โครงการได้ด้วยระบบขนส่งมวลชน มีจุดเชื่อมต่อ (อินเตอร์เชนจ์) ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีส้มที่คาดว่า จะให้บริการได้ในปี 2566 และสามารถก่อสร้างทางเดินเชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้า 200 เมตร เชื่อมถึงที่ดินทั้ง 2 แปลงได้”

โดยวางแนวทางในการพัฒนาเบื้องต้น ด้วยการแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ 50 ไร่ (โซน A และ B) เสนอให้ อสมท ร่วมทุน กับเอกชนในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย อาคารสำนักงานให้เช่าสูง 50 ชั้น, มีพื้นที่สำนักงานของ อสมท, พื้นที่ศูนย์การค้า, พื้นที่ศูนย์การจัดแสดงงานและอีเวนท์ ขนาด 4,000-5,000 ตร.ม. และพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ และอาคารโรงแรมระดับกลาง สูง 30 ชั้น ประมาณ 400 ห้อง

2.พื้นที่ 50 ไร่ (โซน C ที่ไม่สามารถพัฒนา อาคารสูงได้) แบ่งพื้นที่ให้เอกชนพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวราคาสูง ขนาด 60-100 ตร.วา จำนวน 50-60 หน่วย หรือก่อสร้างอาคารสำนักงานตามข้อจำกัดเรื่องความสูง หรือแบ่ง พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่สีเขียวและลานกิจกรรม เชื่อมต่อกับศูนย์วัฒนธรรมฯ

และ 3.พื้นที่ 20 ไร่ ในมุมมองที่ปรึกษา มองว่าควรย้ายสำนักงาน อสมท มาอยู่ฝั่งแปลง 50 ไร่ เพราะนอกจากจะหนุนภาพ “มีเดีย ฮับ” แล้ว ยังช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สูงสุด เพราะสามารถร่วมทุนกับเอกชนในการพัฒนาคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น จำนวน 5 อาคาร ขนาดห้องประมาณ 30 ตร.ม. จำนวนรวมราว 4,000 หน่วย ทั้งนี้สามารถแบ่งขายที่ดินได้ หากได้ราคาที่ดี หรือจะเลือกคงอาคารสำนักงาน อสมท ไว้บางส่วน และพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเป็นบางส่วนก็ได้เช่นกัน

“ที่ดินทั้ง 2 แปลงดังกล่าว ไม่จำเป็น ต้องดึงเอกชนมาร่วมทุนเพียงรายเดียว ขอแค่พัฒนาภายใต้แผนแม่บทเดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างผลประกอบการแก่ อสมท อย่างยั่งยืน”

ปัจจุบันธุรกิจสื่ออยู่ในภาวะชะลอตัว และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกหลายปีพอสมควร บริษัทฯจึงมองหาแนวทางการสร้างรายได้ใหม่เพิ่ม

สนใจเช่าหรือซื้อที่ดิน เพื่อการลงทุน ติดต่อ CBRE

ที่มา: 19 กุมภาพันธ์ 2562

No comment

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.