Thailand's leading real estate agent

‘มิกซ์ยูส’ระอุเซ็นทรัล-ช้างเปิดแนวรบ

By on Feb 06, 2018 in Property News

พลิกโฉมย่านวิทยุ-เพลินจิต-พระราม 4 มหานครโมเดลฮ่องกงท้าชนสิงคโปร์ กรมที่ดินยันโอนแล้วที่ 23 ไร่ สถานทูตอังกฤษให้กลุ่มเซ็นทรัลลุยมิกซ์ยูส ปิดดีล 2.02 ล้านบาทต่อตร.ว. ชี้แนวโน้มซัพพลายเดือน

ตามคาดหมายที่ กลุ่มเซ็นทรัล คว้าที่ดินสถานทูตอังกฤษเนื้อที่ 23 ไร่ไปครองหลังปิดดีลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 จากการแถลงของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษว่า ได้ขายที่ดินของสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยในราคา 420 ล้านปอนด์ (ราว 1.86 หมื่นล้านบาท) ให้กับฮ่องกงแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท จาร์ดีน แมธทีสันฯ เป็นดีลการซื้อที่ดินที่มีราคาสูงที่สุดในไทย และเป็นการขายสินทรัพย์ที่แพงที่สุดของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษให้กับ เซ็นทรัลกรุ๊ป ซึ่งก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2549 กลุ่มเซ็นทรัล ได้ที่ดิน 9 ไร่ ของสถานทูตอังกฤษ พัฒนาเป็นห้างเซ็นทรัลเอมบาสซีในปัจจุบัน

แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยกับว่า กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ โอนกรรมสิทธิ์ ให้กับกลุ่มเซ็นทรัลเรียบร้อยแล้วราคาตารางวาละราว 2.02 ล้านบาทเศษซึ่งสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 23 ไร่ ระหว่างกระทรวงต่างประเทศอังกฤษและกลุ่มเซ็นทรัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีมองว่า อนาคตที่ดินสถานทูตจะถูกพัฒนาเป็นอาคารสูงและย่านพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ (มิกซ์ยูส) ที่มีความหนาแน่นขึ้น สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมขณะที่เจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษออกมาระบุว่า อีก 1-2 เดือนข้างหน้าจะย้ายสถานทูตไปอยู่ยังอาคารเอไอเอ สาทร และมีการรื้อย้ายอาคารต่าง ๆ ออกไป

อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBRE วิเคราะห์ ว่า อนาคตอันใกล้เพลินจิตจะมีการพัฒนารูปแบบมิกซ์ยูสที่น่าสนใจและถือเป็นโครงการแห่งเดียวในเพลินจิต ของกลุ่มเซ็นทรัลร่วมทุนกับทุนฮ่องกง (ฮ่องกงแลนด์) จากเดิมการพัฒนาตึกสูงไม่ค่อยเกิดขึ้นเนื่องจากที่ดินเหลือให้พัฒนาจำกัด แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มพัฒนาเมื่อใด แต่ที่น่าสนใจคือ โครงการดังกล่าวหากก่อสร้างจะชนกันกับ โครงการวันแบงค็อกมูลค่า 1.2 แสนล้านบาทของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี บนถนนพระราม4 ที่สำคัญโครงการตั้งอยู่ใกล้กันหากสร้างไม่พร้อมกัน น่าจะไม่กระทบอะไร หากเปิดขายพร้อมกัน จะเกิดการแข่งขันอย่างแน่นอนแต่ต่างกันตรงที่ พื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัลเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ฟรีโฮลด์) ส่วนของเจ้าสัวเจริญเป็นที่การเช่าสิทธิ์ (ลีสโฮลด์)

อย่างไรก็ดี นางสาวอลิวัสสา กล่าวอีกว่า “ประเมินว่าคงไม่เกิดโอเวอร์ซัพพลาย เพราะความต้องการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์อาคารสำนักงานเกรดเอ แหล่งช็อปปิ้ง ยังต้องการสูง ทั้งต่างชาติและนักลงทุนไทย ส่วนที่ดินสถานทูตออสเตรเลีย ย่านสาทรซึ่งศุภาลัย ได้ที่ดินไปพัฒนามิกซ์ยูส 7 ไร่เศษ ทำเลห่างกันชัดเจน รองรับลูกค้าคนละกลุ่ม มองว่าไม่กระทบต่อการแข่งขันระหว่าง ที่ดินสถานทูตอังกฤษของค่ายเซ็นทรัลกับวันแบงค็อก เจ้าสัวเจริญ”

ด้านนายสุรเชษฐ กองชีพนักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทำเลสถานทูตอังกฤษเพลินจิตเซ็นทรัลจะได้รูปแบบการลงทุนโครงการในสไตล์เหมือนฮ่องกงเนื่องจากร่วมทุนกับฮ่องกง ซึ่งอยู่ท้ายถนนวิทยุ ขณะที่ต้นถนนวิทยุจะเป็นพระราม 4 โครงการวันแบงค็อก โดยนำโนว์ฮาว จากประเทศสิงคโปร์มาพัฒนา

แม้จะเป็นมิกซ์ยูสเหมือนกัน แต่รูปแบบต่างกัน วันแบงค็อกนำโนว์ฮาวพัฒนามาจาก สิงคโปร์ประกอบด้วย โรงแรม สำนักงานค้าปลีก ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมทุนกับฮ่องกง รูปแบบการพัฒนาจะเป็นแนวฮ่องกงขายขาด ประกอบด้วย คอนโดมิเนียม สำนักงาน ค้าปลีกที่จะเชื่อมกับ เซ็นทรัล เอ็มบาสซีและเซ็นทรัลชิดลมเข้าด้วยกัน

สำหรับราคาที่ดินสถานทูตอังกฤษ ซื้อขายตารางวาละ2.02 ล้านบาท เนื่องจากเป็นที่ดินผืนใหญ่ 23 ไร่จึงมีมูลค่าที่สูงที่สุดในประเทศ แต่หากคิดเป็นตารางวา แปลงหลังสวนของค่ายเอสซีแอสเสท ประมูลได้ราคาจะสูงที่สุดในประเทศ

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ – 3 กุมภาพันธ์ 2561

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.