Thailand's leading real estate agent

กลุ่มอสังหาฯ ดีด้วยยอดขาย กำไรจุกต้นทุนที่ดินรถไฟฟ้า

By on Aug 17, 2015 in Property News, Residential

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศผลประกอบการออกมา 11 บริษัท ไตรมาส 2 ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 8,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 14,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ กำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในขณะที่อัตรากำไรสุทธิกลับน้อยลง โดยเฉพาะบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เพราะที่ดินแนวรถไฟฟ้าราคาพุ่งแต่ไม่สามารถ ผลักดันราคาให้ขึ้นได้เนื่องมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้น

News-posttoday_17aug

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ประเมินว่า ยอดขายของทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เติบโตถึง 31.2% ทำให้บริษัทปรับการคาดการณ์ยอดขายในภาพรวมขึ้นจากที่คาดว่าปีนี้จะเติบโต 10% เป็น 15% หรือมียอดขายทั้งปี 3.37 แสนล้านบาท

สำหรับ PS ครึ่งแรกปีนี้มียอดขายเติบโต 33.5% มากกว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยมียอดขาย 2.4 หมื่นล้านบาท หรือ 50.9% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี รายได้โต 15.7% เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท หรือ 46.3% ของเป้ารายได้ทั้งปีนี้ รายได้ที่โอนไปแล้วคิดเป็น 8,020 ยูนิต เป็นแนวราบ 74.4% แนวสูง 25.2% จากไตรมาสแรก ที่เป็นแนวราบ 80% แนวสูง 20% และกำไรเติบโต 4.2% มามีกำไร 3,059 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธินับว่าอ่อนตัวลงมาอยู่ที่เพียง 13.7% จากเป้าหมายที่ 16.1% และปี 2557 ที่ 15.6%

บริษัทยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดได้ดีที่ 12% และครองความเป็นผู้นำทาวน์เฮาส์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 33% และบ้านเดี่ยว 13% สัดส่วนที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 41% สิ้นปี 2557 เป็น 45%

เลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการ ผู้อำนวยการ PS คาดว่าทั้งปีอัตรากำไรสุทธิคงน้อยกว่าปี 2557 เพราะการทยอยปิดโครงการเก่าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ รวมถึงมีโปรโมชั่น และมีการแข่งขันด้านราคาในขณะต้นทุนที่ดินในการก่อสร้างตามแนวรถไฟฟ้ามีราคาเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้เท่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าครึ่งปีหลังอัตรากำไรสุทธิจะดีขึ้น

บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายและรายได้ทั้งปีที่ 4.7 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 20% จากปี 2557 โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 181 โครงการ หรือ 8 หมื่นล้านบาท เป็นแนวราบ 149 โครงการ หรือ 6.3 หมื่นล้านบาท หรือ 78.5% แนวสูง 32 โครงการ มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท หรือ 21.5%

นอกจากนั้น ยังมีรายได้ที่รอรับรู้ 3.6 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ในปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท จากที่รับรู้ไปแล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท ในครึ่งปีแรก หรือ 89.9% ของเป้า รายได้

ครึ่งแรกปีนี้บริษัทได้เปิดโครงการใหม่แล้ว 27 โครงการ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท จากแผนทั้งปีที่จะเปิด 70-75 โครงการ มูลค่า 5.5-6.1 หมื่นล้านบาท

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ยังคงประมาณการรายได้ PS ในปีนี้ที่ 46,365 ล้านบาท (+8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยมีรายได้ที่แน่นอน แล้ว 91% ขณะที่การแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น รวมทั้งนโยบายการระบายสต๊อกของทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมในช่วงต้นปี คาดว่าจะกดดันอัตราการทำกำไรขั้นต้นในปีนี้เป็น 34.3% จากปีก่อนที่ 36.7% และกำไรสุทธิคาดเท่ากับ 6,656 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2557

ทั้งนี้ ประเมินราคาเป้าหมาย 12 เดือน ด้วยระดับค่าเฉลี่ยสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ที่ 10 เท่า ได้ราคาเป้าหมายเท่ากับ 31.80 บาท/หุ้น และคงคำแนะนำซื้อ ลงทุนในระยะยาว โดยคาดแนวโน้มผลประกอบการของปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับในแต่ละไตรมาส

ด้านบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN ) มีกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท ลดลง 77.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 2.2% จากไตรมาสแรก มากกว่าตลาดคาดไว้ที่ 48 ล้านบาท จากรายได้ที่ 1,463 ล้านบาท ลดลง 41.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9.9% จากไตรมาสแรกปีนี้ โดยเป็นการบันทึกรายได้จากงานในมือโครงการคอนโดมิเนียมที่ต่อเนื่องมาจากไตรมาสแรก และมีส่วนหนุนจากรายได้การรับจ้างบริหารโครงการ และค่านายหน้าซึ่งเติบโตโดดเด่นจากปีก่อนจากโครงการของร่วมทุน

ทั้งนี้ กำไรที่ลดลงนอกจาก รายได้ที่ลดลงแล้วยังมาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าและสัดส่วน รวมทั้งส่วนขาดทุนจากการร่วมทุนที่บันทึกเข้ามากว่า 124 ล้านบาท (+1148% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ +114.9% จากไตรมาสแรก

ส่งผลให้ในครึ่งแรกปีนี้ ANAN มีกำไรสุทธิเท่ากับ 146 ล้านบาท ลดลง 66.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและรายได้เท่ากับ 2,795 ล้านบาท ลดลง 34.5% จากยอดขาย 12,500 ล้านบาท

ANAN ปรับเป้าการเปิดโครงการใหม่ในครึ่งหลังของปีนี้เป็น 20,331 ล้านบาท จากเดิมประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยมีการเพิ่มจำนวนโครงการใหม่เข้ามาอีก 1 โครงการ ทำให้ในปีนี้คาดจะเปิดโครงการใหม่รวม 35,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและปรับเพิ่มเป้ายอดขายเป็นประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้ง 4 โครงการ คือ Q ชิดลม, Q31, Ideo O2 และ Ideo S115 จะได้รับการตอบรับและเป็นผลดีต่อยอดขาย

เมย์แบงก์ คงประมาณรายได้ปีนี้ของ ANAN ที่ 11,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้ที่แน่นอนที่ 75% รายได้ส่วนเติมเต็มจะมาจากโครงการเก่า เข้ามาหนุนและคาดว่าผลประกอบการครึ่งปีหลัง  จะเด่นจากงานในมือที่เป็นคอนโดมิเนียม

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายการขายและการบริหารไตรมาส 2 ที่สูงกว่าคาดและการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในไตรมาส 3 อาจทำให้ค่าใช้จ่ายของปีนี้ที่คาดไว้ต่ำเกินไปและจะกดดันต่อประมาณการกำไรสุทธิมากขึ้น จากกำไรสุทธิที่คาดเท่ากับ 1,129 ล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม งานในมือที่รอบันทึกรายได้ในปี 2559-2560 ที่ค่อนข้างเด่นโดยเป็นส่วนของ รายได้กว่า 6,000 ล้านบาท และส่วนของการร่วมทุนอีกกว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ ANAN จะเป็น 1 ในไม่กี่บริษัทในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่จะสามารถเติบโตสวนทางกลุ่มได้ในปี 2559 ได้

เศรษฐา ทวีสิน กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ  (SIRI) กล่าวว่า ผลการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท แสนสิริ ในช่วงไตรมาส 2/2558 มีรายได้รวม 10,167 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 65% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาและเติบโตขึ้นกว่า 46% จากไตรมาสแรกปี 2558 โดยรายได้หลักมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมในหลายโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้บริษัทยังมีกำไรรวม 901 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา 68% และเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อน 67% จากแผน Engineer For Growth หรือ EFG

ทั้งนี้ การลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย เพิ่มยอดโอนและเน้นการสร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ประกาศไว้

6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมียอดขายรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 45% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 3.3 หมื่นล้านบาท มีรายได้รวมถึง 17,138 ล้านบาท หรือ 47% ของเป้าหมายรายได้รวมที่ตั้งไว้ในปีนี้ 3.6 หมื่นล้านบาท จากการทยอยโอนส่งมอบคอนโดมิเนียม

ในไตรมาส 3 นี้ บริษัทมียอดรอรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมอีก 6,600 ล้านบาท จากการเตรียมส่งมอบคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ให้แก่ลูกค้าอีก 5 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  จากเป้าการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมด 17 โครงการ ในปีนี้ซึ่งจะทยอยโอนที่อยู่อาศัยคุณภาพให้แก่ลูกค้าตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มโอนโครงการเดอะ เบส พาร์คอีสต์ สุขุมวิท 77 ในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการโอนตามเป้าหมาย 3.6 หมื่นล้านบาท ตามที่ตั้งไว้

ด้านบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP แจ้งกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2558 สอดคล้องกับที่ตลาดคาดไว้ คือ ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 643 ล้านบาท เพราะโอนคอนโดมิเนียมน้อยลง แต่ยังสามารถเพิ่มได้ 15% จากไตรมาสแรกปี 2558 อัตรากำไร ขั้นต้นเพิ่มได้อย่างน่าประทับใจเป็น 35.1% ถือว่าโดดเด่นในอุตสาหกรรม เพราะส่วนใหญ่ปรับลง เพื่อจัดการกับสต๊อกสินค้าให้เหลือน้อยลงจากยอดขายรอโอน

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AP กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2558 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% หากเทียบกันกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 24% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557

ด้านรายได้รวมในไตรมาส 2/2558 เท่ากับ 5,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 13% หากเทียบช่วงเดียวกันของปี 2557 ซึ่งรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากการโอน คอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์รวมทั้งสิ้น 5 โครงการ

ณ วันที่ 9 ส.ค. 2558  บริษัทมียอดขายที่สูงถึง 19,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% หากเทียบกับช่วงเดียวกับของปีก่อนหน้า มีสินค้ารอรับรู้รายได้สูงถึง 13,308 ล้านบาท เป็นสินค้าแนวราบมูลค่า 3,400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในครึ่งปีหลัง ส่วนงานในมือคอนโดมิเนียมมูลค่า 9,907 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังประมาณ 4,221 ล้านบาท

สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 15 โครงการ มูลค่ารวม 24,020 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียมจำนวน 4 โครงการ มูลค่า 15,240 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์จำนวน 6 โครงการ มูลค่า 5,490 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวจำนวน 5 โครงการ มูลค่า 3,290 ล้านบาท

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ – 17 สิงหาคม 2558

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.