Thailand's leading real estate agent

กำลังซื้อ “กลาง-ล่าง” ซึมยาวฉุดค้าปลีกไฮเปอร์ฯ โตต่ำ

By on Dec 16, 2015 in Property News, Retail

ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตหรือซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่มีลูกค้าเป้าหมายหลักผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง ที่ระวังการใช้จ่ายมากสุด

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต จัดอยู่ในกลุ่ม “น่าเป็นห่วง” เพราะฐานหลัก คือ ลูกค้าระดับ “กลาง-ล่าง”ที่กำลังซื้ออ่อนแอ จากปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำทำให้รายได้ลดลง

news-bkkbiz_16dec

ส่วนร้านค้าปลีกที่มีการขยายตัวและเติบโตสูงปีนี้ต่อเนื่องปีหน้ายังคงเป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ต” และบรรดา “ร้านพรีเมียม” รองรับกลุ่มลูกค้าระดับ “กลาง-บน” ที่มีกำลังซื้อดีอยู่ รวมถึง “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เป็นลูกค้าหลัก

ปีนี้ คาดการณ์ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกเติบโต 3% ส่วนปี 2559 สถานการณ์ค่อนข้าง “ทรงตัว” ทำให้ภาพรวมอาจเติบโตขึ้นเล็กน้อย อยู่ในระดับ 3-4%

ทางด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ปี 2559 ธุรกิจค้าปลีกที่จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างอย่างไฮเปอร์มาร์เก็ต ยังคงได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากกำลังซื้อของลูกค้าเป้าหมายถูกกดดันจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ค่าครองชีพปรับสูงขึ้น ปัญหาภัยแล้ง รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กระทบตรงกำลังซื้อเกษตรกร สะท้อนจากยอดขายที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของไฮเปอร์มาร์เก็ตช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 2.7% ต่อปี (2556-2558) จากก่อนหน้าขยายตัว 9.2% ต่อปี (2553-2555) เนื่องจากผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ความถี่ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงยอดซื้อแต่ละครั้งลดลง “กลุ่มผู้มีรายได้น้อย” หันไปซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกอื่นๆ แทน อาทิ ตลาดนัด ตลาดธงฟ้า ซึ่งเป็นช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคค่อนข้างมากในพื้นที่ต่างจังหวัด

ส่งสัญญาณผู้ประกอบการไฮเปอร์มาร์เก็ตต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในปีหน้าเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อ นอกจากเผชิญคู่แข่งในเซ็กเมนท์เดียวกันแล้ว ยังต้องรับมือการแข่งขันข้ามเซ็กเมนท์ ไม่ว่าจะเป็น ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) ที่มีการปรับตัวตลอดเวลา ในพื้นที่ชุมชนเมืองจะเน้นความรวดเร็ว สะดวกสบาย ขณะที่ ร้านค้าปลีกดั้งเดิม ไม่เพียงเน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก แต่พยายามปรับตัวเข้าถึงพื้นที่ชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมากขึ้น กล่าวคือ ผู้บริโภคไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางและหาพื้นที่จอดรถ แต่ร้านค้าปลีกดั้งเดิมเหล่านี้ต่างรุกเข้าไปบริการผู้บริโภคถึงที่ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายถี่ขึ้น มีสินค้าแบรนด์อื่นๆ ที่ไม่ใช่สินค้าแบรนด์ทั่วไป (National Brand) เป็นทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภคของผู้ผลิตเอสเอ็มอี ที่มีราคาถูกกว่า เพราะไม่มีค่าการตลาด

ดังนั้น ท่ามกลางการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงขาดแรงส่ง ผู้ประกอบการแต่ละเซ็กเมนท์ที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเช่นเดียวกับไฮเปอร์มาร์เก็ตต่างหันมาทำกลยุทธ์ทางด้านราคาอย่างเข้มข้น ท้ายที่สุดการแข่งขันด้านราคาอาจไม่แตกต่างกันมากนัก แม้กลยุทธ์ราคายังคงมีความจำเป็นและดึงดูดผู้บริโภคได้ระดับหนึ่ง แต่การทุ่มเม็ดเงินทำการตลาดต้องวิเคราะห์จังหวะและเล็งผลที่รอบคอบรัดกุม

หากไฮเปอร์มาร์เก็ตชูจุดขายด้านราคาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นหรือจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้จ่าย ต้องมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคได้มากขึ้น หรือทำให้ผู้บริโภครู้สึก “คุ้มค่าคุ้มราคา” กับรายจ่ายที่ถูกใช้ไปให้มากที่สุด การปรับตัวของไฮเปอร์มาร์เก็ต มุ่งขยายสาขาค้าปลีกข้ามเซ็กเมนท์ ขณะที่การขยายสาขาในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตชะลอตัวลง ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ใหม่หายาก ทั้งสาขารูปแบบดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่เกือบทุกจังหวัดแล้ว

“การขยายสาขาใหม่จะเป็นลักษณะการลงทุนข้ามเซ็กเมนท์เพื่อครอบคลุมพื้นที่และรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยเซ็กเมนท์ที่คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งใช้เงินลงทุนและพื้นที่ต่อสาขาไม่มาก รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี”

ในการทำตลาด ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมและสอดรับกับพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทัพสินค้าเข้าไปจำหน่ายหรือบริการถึงที่ การมองหาพันธมิตรทางธุรกิจ การรวมกลุ่มสั่งซื้อสินค้าในราคาต่ำ บริการจัดส่ง การใช้ฐานข้อมูลของลูกค้ารายบุคคลจากบัตรสมาชิกต่อยอดเพิ่มรายได้ การทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ตอบโจทย์กลุ่มคน รุ่นใหม่ที่นิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

“เป็นปีที่ท้าทายสำหรับไฮเปอร์มาร์เก็ตต้องรับมือคู่แข่งเพื่อช่วงชิงกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะลูกค้าหลักที่มีรายได้ปานกลางถึงล่าง”

ประเมินว่า ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตจะขยายตัว 1.5-2% ต่ำกว่าค้าปลีกสมัยใหม่ เซ็กเมนท์อื่นๆ ขณะที่ภาพรวมค้าปลีกสมัยใหม่ขยายตัว 3-4% ใกล้เคียงปี 2558 หรือปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ – 16 ธันวาคม 2558

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.