Thailand's leading real estate agent

อสังหาฯ หรูโตสวนกระแส ‘ซีบีอาร์อี’ ขายคอนโดฯ ครึ่งแรกปี 58 พุ่งเฉลี่ย 70%

By on Aug 06, 2015 in Property News, Residential

News-than_6aug

ตลาดอสังหาฯ ไฮเอนด์ยอดขายพุ่งสวนทางเศรษฐกิจ “ซีบีอาร์อี” เปิดตัวเลขยอดขายคอนโดฯ ลักชัวรี-ซูเปอร์ลักชัวรี ครึ่งแรกปี 58 สูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท จาก 5-6 โครงการ เฉลี่ยกว่า 70% โดยซื้อลงทุนระยะยาวหวังอานิสงส์เปิดเออีซี สัดส่วนลูกค้าต่างชาติเพิ่มสูงกว่า 20% มีฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เล็งขยายฐานต่างประเทศเพิ่ม เจาะจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง ชี้ครึ่งปีหลังยังโตได้ หากสินค้าตอบโจทย์ความต้องการ สมาคมอาคารชุดชี้แนวโน้มผู้ประกอบการแห่ออกสินค้ารองรับลูกค้ามากขึ้น

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นที่ปรึกษาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยลักชัวรี-ซูเปอร์ลักชัวรี (มีราคาขายมากกว่า 2 แสนบาทต่อตร.ม.) ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนจากยอดขายเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่ที่บริษัทรับบริหารงานขายจำนวน 5-6 โครงการในช่วงครึ่งแรกปี 2558 (ม.ค.-มิ.ย.) พบว่า มียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 70% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท จากมูลค่าโครงการรวม 1.5 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นคนไทย

แต่ในช่วงครึ่งหลังปี 2557 เป็นต้นมา พบว่า สัดส่วนกลุ่มลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากเดิมมีสัดส่วนอยู่ที่ 15% ปัจจุบันเพิ่มมาอยู่ที่ประมาณ 22% อีกทั้งความต้องการของชาวต่างชาติที่แจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัทก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีก 4% จากปี 2557 หรือ คิดเป็นจำนวน 140 ความต้องการต่อเดือน กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติส่วนใหญ่ได้มาจากการออกโรดโชว์ในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 3 บริษัทเตรียมนำ 2-3 โครงการใหม่ไปเปิดขายในต่างประเทศเพิ่มเติม สำหรับสัดส่วนของลูกค้าต่างชาติที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยจำนวน 23% เป็นชาวฮ่องกง 23% รองลงมาเป็นชาวสิงคโปร์ไต้หวันญี่ปุ่นและอังกฤษ

สำหรับเหตุผลที่ลูกค้าชาวต่างชาติสนใจลงทุนอสังหาฯ ในประเทศไทย เนื่องจากว่าราคาที่ดินในย่านกลางเมืองของประเทศที่ลูกค้าชาวต่างชาติอาศัยอยู่มีราคาสูง และเป็นที่ดินแบบลีสโฮลด์มากกว่าฟรีโฮลด์ ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะช่วยให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ ลูกค้าต่างชาตินิยมซื้ออสังหาฯ เพื่อการลงทุนเนื่องจากมองว่าหลังเปิดเออีซีต่างชาติจะเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ด้วยศักยภาพของประเทศที่เอื้อต่อการเติบโต

“ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรียังคงมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาที่ดินในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ยังถูกกว่าประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดฯ ย่านกลางธุรกิจของไทยเป็นที่ต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติ ประกอบกับจำนวนสินค้าที่เข้าสู่ตลาดเฉลี่ยเพียง 2-3 โครงการ ส่งผลให้สินค้าคงเหลือในตลาดมีไม่มาก ประกอบกับในช่วงเวลานี้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีทุกโครงการจะได้รับการตอบรับ แต่โครงการเหล่านั้นต้องตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริงในทุกๆ ด้าน”

นอกจากกลุ่มลูกค้าชาวฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ ที่เป็นตลาดหลักของที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีแล้ว บริษัทยังมองว่ากลุ่มประเทศที่น่าสนใจก็คือ จีน อีนเดีย ตะวันออกกลาง เมียนมา ลาว และ กัมพูชา โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพบการค้าขายตามแนวชายแดนมีความคึกคักอย่างมาก ลูกค้าในกลุ่มนี้มักนิยมข้ามมาซื้อสินค้าในฝั่งไทยจำนวนมาก ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ประกอบกับประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเข้ามาเป็นกลุ่มลูกค้าของตลาดลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีในอนาคต

สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี-ซูเปอร์ลักชัวรีในช่วงครึ่งหลังปี 2558 คาดว่า ตลาดจะมีการแข่งขันสูง ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักก็ยังคงขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก เนื่องจากความต้องการส่วนหนึ่งถูกดูดซับไปแล้วในช่วงครึ่งแรกปี 2558 ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการจะพัฒนาสินค้าในระดับนี้ต้องนำข้อมูลด้านความต้องการในพื้นที่พิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนพัฒนาโครงการ

ทั้งนี้จากข้อมูลของสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกปี 2558 ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.79 แสนล้านบาท โดยอยู่ในกลุ่มของคอนโดมิเนียมสูงถึง 1.01 แสนล้านบาท และเมื่อพิจารณาแยกย่อยในระดับราคา พบว่า อยู่ในกลุ่มของระดับราคามากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป ประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่คอนโดมิเนียมระดับราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาท มีมูลค่าตลาดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันมาจับตลาดบนมากขึ้น และผู้บริโภคก็สนใจในสินค้าระดับนี้ด้วยเช่นกัน

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ  6 – 8 สิงหาคม 2558

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.