Thailand's leading real estate agent

การเติบโตของโรงแรมและอสังหาฯ ในจังหวัด “ภูเก็ต”

By on Jul 19, 2012 in Hotel-Tourism

จากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตฉบับล่าสุด Phuket Property Report ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2555 จัดทำโดยแผนกวิจัย ซีบี ริชาร์ด เอลลิส  พบว่า หลายภาคธุรกิจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น  ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2555 พบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเก็ตยังคงปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์โดยมีปริมาณนักท่องเที่ยวไทย 594,999 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 730,667 คน   แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะยังไม่มีเสถียรภาพ แต่ธุรกิจการท่องเที่ยวในภูเก็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่มาจากออสเตรเลีย  จีน  และรัสเซีย

โรงแรมต่างๆได้ประโยชน์จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นเป็น 82.7% จากระดับ 80.5% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2554     โรงแรมระดับลักชัวรี่และเฟิร์สคลาสเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเข้าพักสูงที่สุด และมีราคาห้องพักโดยเฉลี่ยที่ 22,835 บาท (เพิ่มขึ้น 6.8% ต่อปี) และ 7,425 บาท (เพิ่มขึ้น 5% ต่อปี) ตามลำดับ

ปัจจุบัน โรงแรมระดับบนในภูเก็ตมีทั้งสิ้น 13,171 ห้อง จากโรงแรม 83 แห่ง   และอีก 5,471 ห้องจากโรงแรม 30 แห่งที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2557     นายเดวิด ซีมิสเตอร์  ประธานบริษัท  ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า “ปริมาณห้องพักในโรงแรมที่จะเพิ่มเข้าสู่ตลาดไม่จำกัดอยู่เพียงบริเวณชายหาดด้านตะวันตกเท่านั้น  แต่กระจายตัวไปยังบริเวณอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเกาะสิเหร่ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของตัวเมืองภูเก็ต บริเวณปลายแหลมอีกด้วย”

ด้านตลาดบ้านพักตากอากาศหรือวิลล่าโดยรวม พบว่า ราคายังคงอยู่ในระดับคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การเปิดโครงการใหม่ทั้งประเภทวิลล่าและคอนโดมิเนียมค่อนข้างเงียบเหงา    ผู้ประกอบการมุ่งเน้นไปที่การขายสินค้าที่ยังเหลือขายอยู่   การเปิดโครงการใหม่มีเพียงโครงการคอนโดมิเนียมมาลัยวานา พร้อมสโมสรริมชายหาด ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบ้านพักตากอากาศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงก่อนหน้านี้  โดยมีราคาเฉลี่ยที่ราว 80 ล้านบาท และอีกโครงการใหม่ คือ เวอร์ติโก้ วิลล่า บริเวณชายหาดสุรินทร์ มีขายระหว่าง 60 – 90 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต คือ มีตลาดที่พักอาศัยใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียมที่ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศและไม่อยู่ติดชายหาด พัฒนาโครงการโดยผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาทิ แสนสิริ และศุภาลัย   โครงการดังกล่าวจะเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่การก่อสร้างยังไม่เริ่มต้นขึ้น ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ด้านในของเกาะ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านยอดขาย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นห้องขนาดสตูดิโอ พื้นที่ 29 – 37 ตารางเมตร และมีราคาขายเฉลี่ยที่ 1.5 ล้านบาท   ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า ตลาดเกิดใหม่ดังกล่าวจะมีปริมาณความต้องการมากน้อยเพียงใดและจะมีโครงการใหม่โครงการใดเกิดขึ้นอีกในตลาด

จากผลการสำรวจตลาดบ้านพักตากอากาศ โดยแผนกวิจัย ซีบี ริชาร์ด เอลลิส  ยังพบอีกว่า ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2555 มีการขายบ้านพักตากอากาศรวม 60 หลังในทุกระดับราคา  โดยซีบี ริชาร์ด เอลลิสได้จำแนกตลาดบ้านพักตากอากาศออกเป็นหลายระดับราคา ได้แก่ ระดับต่ำกว่า 15 ล้านบาท  ระดับ 15 – 35 ล้านบาท  ระดับ 36 – 90 ล้านบาท และระดับสูงกว่า 90 ล้านบาท   บ้านพักตากอากาศที่มีราคาต่ำกว่า 15 ล้านบาทสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 50% ของยอดขายรวม ในขณะที่บ้านพักตากอากาศระดับบนสุดของตลาดสามารถปิดการขายไปได้ 2 หลังในราคาเกินกว่า 120 ล้านบาทต่อหลัง

แผนกวิจัย ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ได้รับการรายงานว่า โครงการซาวา ซึ่งตั้งอยู่เลยจากสะพานสารสินเล็กน้อย ในจังหวัดพังงา สามารถปิดการขายบ้านพักตากอากาศทั้ง 7 หลังไปในราคา 62 – 180 ล้านบาท โดย 3 หลังเป็นการปิดการขายในช่วงไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา

ด้านตลาดคอนโดมิเนียม จากการสำรวจพบว่า มีการขายคอนโดมิเนียมไปทั้งสิ้น 84 ยูนิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2555 จาก 5 โครงการด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการขายคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอน ราคาเฉลี่ย 5.9 ล้านบาท  ทั้งนี้ในช่วงไตรมาสดังกล่าว มีคอนโดมิเนียมที่การก่อสร้างแล้วเสร็จราว 3,700 ยูนิตในภูเก็ต   เมื่อเปรียบเทียบกับพัทยามีคอนโดมิเนียมที่การก่อสร้างแล้วเสร็จราว 22,000 ยูนิต และอีก 21,500 ยูนิตที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยส่วนใหญ่เป็นห้องขนาด 1 ห้องนอน ราคา 2 – 3 ล้านบาท

“แม้ว่าตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นมาก  แต่ซีบี ริชาร์ด เอลลิสยังไม่เห็นถึงยอดขายตลาดบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอัตราเดียวกัน    ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมาจากภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวดังกล่าวจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นผู้ที่ต้องการซื้อบ้านพักตากอากาศ” นายเดวิดกล่าว  “เมื่อเวลาผ่านไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวซ้ำที่ภูเก็ตจะช่วยสร้างความต้องการซื้อใหม่ๆให้เกิดขึ้น และจะมีการเปิดโครงการใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว   ทั้งนี้ การติดตามรายงานความเคลื่อนไหวในตลาดรายไตรมาสเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับทั้งตลาดโรงแรมและตลาดบ้านพักตากอากาศในภูเก็ต”

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.