Thailand's leading real estate agent

ไทยล้าหลังคลอด’กม.นายหน้า’

By on Oct 24, 2018 in Residential

ไทยล่าหลังคลอด'กม.นายหน้า'

เผยตลาดบ้านมือสองเค้กก้อนโตกว่า3แสนล.
ศูนย์ข้อมูลฯชี้ อนาคตตลาดบ้านมือสองมาแรง เหตุที่ดิน เหลือน้อยแถมราคาแพง ขณะที่คนรุ่นใหม่-ต่างชาตินิยมอยู่ในเมืองหนุนคอนโดฯมือสองโต คาดสัดส่วนยอดโอนบ้านมือสองในแต่ละปี 1.5-1.8 หมื่นหน่วย มูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาท แนะรัฐออกกฎหมายกำกับดูแลนายหน้า รองรับตลาดบ้านมือสองโต

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC กล่าวว่า หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยก็ได้มีการฟื้นตัวและเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในบางช่วงที่ตลาดอาจจะซบเซาลงบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศ

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ถือว่ามีขนาดใหญ่มีสัดส่วน 6.2% ของ GDP ของประเทศ ซึ่งที่อยู่อาศัยเป็นประเภทที่ใหญ่ที่สุด แต่ละปีจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยถึงประมาณ 320,000- 370,000 หน่วย มูลค่าสูงถึง 650,000-750,000 ล้าบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีสัดส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยมือสองประมาณ 45-50% ดังนั้น จึงอาจประมาณการได้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการโอนกรรมสิทธิ์น่าจะมีอยู่ถึงประมาณ 150,000-180,000 หน่วย เป็นมูลค่าสูงถึง 250,000-300,000 ล้านบาท และคาดว่าตลาดที่อยู่อาศัย มือสองจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มากขึ้น

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ยังมีปริมาณที่อยู่อาศัยบ้านมือสองที่สูงกว่าประเภทคอนโดมิเนียม เนื่องจากมี Supply ที่สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนปี 2540 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2560 บ้านแนวราบมีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ถึงประมาณ 207,000 หน่วย และมีมูลค่าการโอนกรรสิทธิ์สูงถึงประมาณ 416,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่อยู่อาศัยมือสองประมาณ 132,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 203,000 ล้านบาท

ขณะที่คอนโดมิเนียมยังคงมีสัดส่วน การโอนกรรมสิทธิ์ถึงประมาณ 110,000 หน่วย และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ประมาณ 260,000 ล้านบาท ในจำนวน ดังกล่าวมีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่อยู่อาศัยมือสองประมาณ 26,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท ซึ่งเห็นได้ว่าทั้งสองประเภทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตาม supply ที่มีการสร้างขึ้นใหม่ทุกปี

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยมือสองทั้งสองประเภทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามsupply ที่มีการสร้างขึ้นใหม่ทุกปี และประกอบกับไลฟ์สไตล์ของคนที่นิยมที่จะหาที่อยู่อาศัยในเมือง เพื่อลดภาระและเวลาในการเดินทางจากพื้นที่ชานเมืองเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หรือลักษณะไลฟ์สไตล์ของคน GEN-Y หรือ GEN-Z ที่นิยมอยู่ใกล้รถไฟฟ้า หรือ ห้างสรรพสินค้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในเมืองรวมถึงกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทยอีกส่วนหนึ่ง เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญหนึ่งของกลุ่มประเทศ ASEAN ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้เราสามารถอนุมานได้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองประเภทคอนโดมิเนียมจะเป็นกลุ่มที่น่าจับตามมองอีกด้วย

เสนอรัฐออกกม.กำกับดูแลนายหน้า
นายวิชัย กล่าวต่อว่า การเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองดังเช่นที่กล่าวมา ทำให้นึกถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีอาชีพเป็นคนกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือที่เรามักเรียกกันว่า “ตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งพบว่าปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมาย กำกับดูแลอาชีพตัวแทนนายหน้าฯ เป็น การเฉพาะเช่นเดียวกับต่างประเทศ โดยพบว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบอาชีพตัวแทนนายหน้าอิสระ โดยเห็นเป็นเพียงโอกาสที่จะสร้างรายได้ ขาดความรู้และมีการทำงานที่ไม่มีมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพในด้านนี้ รวมทั้งพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีจำนวนที่มากขึ้น

ในหลายกรณีพบว่า ตัวแทนนายหน้า ที่ไม่มีมาตรฐาน และจรรยาบรรณเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดผลเสียแก่ผู้ต้องการซื้อและผู้ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้บริโภคก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองในเรื่องนี้ รวมถึงการเข้ามาประกอบอาชีพตัวแทนนายหน้าอิสระเช่นนี้ ก็ยังได้ทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากการที่ตัวแทนนายหน้าอิสระ ไม่แสดงรายได้เพื่อเสียภาษี รวมทั้งอาจเกิดช่องโหว่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เนื่องจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กำกับดูแลเฉพาะการประกอบกิจการ ของนายหน้าฯ นิติบุคคลเท่านั้น

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีกฎหมายกำกับและดูแลอาชีพตัวแทนนายหน้า อาทิ ประเทศมาเลเซีย มีการออกกฎหมายกำกับดูแลอาชีพตัวแทน นายหน้ามากว่า 37 ปี ฟิลิปปินส์ มากกว่า 9 ปี สิงคโปร์ มากกว่า 8 ปี นอกจากนี้ กัมพูชา เพิ่งออกกฎหมายใช้บังคับเมื่อไม่นานมานี้ เวียดนามและประเทศเมียนมา ก็กำลังดำเนินการจัดทำกฎหมายดังกล่าวขึ้นด้วยเช่นกัน

“ประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มประเทศ ASEAN แต่เรายังขาดเครื่องมือในการควบคุมมาตรฐาน และการสร้างความเชื่อถือให้แก่กลุ่มตัวแทนนายหน้าของไทย และเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มตัวแทนนายหน้าอิสระทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่เข้ามาสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในยุคสังคมไร้พรมแดน”

ทั้งนี้ บุคคลที่จะทำอาชีพตัวแทนนายหน้า (Agent/Negotiator) เหล่านี้จะต้องดำเนินงานภายใต้การดูแลของบริษัท ซึ่งมีสถานะเป็น Real Estate Broker เพื่อหน่วยงานตัวแทนที่เป็นทางการดำเนินการในการจัดทำสัญญา และการติดต่อประสานงานจนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จ

“ประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มประเทศ ASEAN แต่เรายังขาดเครื่องมือในการควบคุมมาตรฐานและการสร้างความเชื่อถือให้แก่กลุ่มตัวแทนนายหน้าของไทยและเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มตัวแทนนายหน้าอิสระทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่เข้ามาสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในยุคสังคมไร้พรมแดน”

ที่มา: ผู้จัดการรายวัน – 23 ตุลาคม 2561

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.