Thailand's leading real estate agent

Bangkok Hotel – ดิเอราวัณ-ทีซีซีฯ ลุยบัดเจ็ต โฮเต็ลขาย550บาทต่อคืน

By on Mar 20, 2014 in Property News

2 บิ๊กทุนโรงแรมใหญ่ไทยกางโรดแมป 7-10 ปี ปักธงเซ็กต์เมนต์บัดเจ็ต โฮเต็ล  กระจายความเสี่ยงลงทุน ลดเอฟเฟกต์การเมืองไทย “ดิ เอราวัณกรุ๊ป” สร้างแบรนด์ตัวเอง ชู “ฮ็อปอินน์” เล็งขยายได้มากกว่า 100 แห่งในปี 2563 ทั้งในไทยและอาเซียน หลังนำร่องเปิดให้บริการในปีนี้ 10 แห่งในไทย เริ่มต้นราคาขายที่ 550 บาทต่อคืน ขณะที่ “ทีทีซี แลนด์” พร้อมลงแข่งตลาดล่างรับเออีซี เล็งลงทุน 30 แห่งใน 10 ปี เน้นดึงเชนบริหาร

นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าทิศทางการลงทุนของ ดิ เอราวัณ กรุ๊ปในอีก 7 ปีข้างหน้า (2557-2563) จะยังคงเน้นลงทุนโรงแรม เพื่อขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ รวมถึงขยายสู่เดสติเนชันในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุน  โดยบริษัทโฟกัสการลงทุนในธุรกิจโรงแรมต้นทุนต่ำ และการสร้างแบรนด์ “ฮ็อป อินน์” ขึ้นมา เพื่อสร้างเน็ตเวิร์ก สำหรับเจาะเซ็กต์เมนต์นี้ เพื่อรองรับกลุ่มผู้เดินทางในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางไปทำธุรกิจในต่างจังหวัด ที่ยังคงมีการเติบโตดี

ทั้งนี้การขยายแบรนด์ฮ็อป อินน์ จะโฟกัสการดำเนินธุรกิจใน 3 ระยะ โดยระยะแรก จะนำร่อง ด้วยการเปิดให้บริการ ฮ็อป อินน์ 10 จังหวัดแรกในประเทศไทย ปี 2557 ครอบคลุมอีสาน ภาคเหนือ ตะวันออกและตะวันตก ไม่ไกลจากชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเปิด 2 แห่งแรกในวันที่ 11 เมษายนนี้ คือ ฮ็อป อินน์ จังหวัดมุกดาหาร ราคา 550 บาทต่อคืน และโรงแรมฮ็อป อินน์ หนองคาย ราคา 600 บาทต่อคืน จากนั้นจะทยอยเปิดให้บริการในเมืองต่างๆที่เหลือ อย่าง ลำปาง อุดรธานี ตาก (แม่สอด) ขอนแก่น โคราช กาญจนบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี ซึ่งทั้ง 10 จังหวัด เป็นการใช้งบลงทุนต่อเนื่องระหว่างปี 2556-2557 เฉลี่ยการลงทุนต่อห้องอยู่ที่ 7.2 แสนบาทรวมที่ดิน ขนาดจำนวนห้องไม่เกิน 79 ห้องต่อโรงแรม ซึ่งฮ็อป อินน์ ทั้ง 10 แห่งที่จะเปิดในปีนี้ จะมีห้องพักรวม 788 ห้อง มูลค่าการลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนระยะที่ 2 (ปี2557-2558) บริษัทมีแผนขยายการลงทุนและเปิดให้บริการฮ็อป อินน์ในปี 2558 รวม 30 แห่ง จะเป็นในประเทศ 25 แห่ง ที่จะเริ่มเน้นขยายเน็ตเวิร์กสู่ภาคใต้ อย่างจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี และภาคกลาง อย่างพิษณุโลก  และในอาเซียนอีก 5 แห่ง ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดในประเทศของประเทศฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ขณะที่เฟสสุดท้าย (ปี2558-2563) บริษัทวางเป็นโรดแมปไว้ว่าน่าจะมีศักยภาพในการขยายแบรนด์ฮ็อป อินน์ ในประเทศไทยและอาเซียน รวมแล้วไม่น้อยกว่า 100 แห่ง

“ในการสร้างแบรนด์ฮ็อป อินน์ ทางบริษัทได้ทำการสำรวจตลาดและความต้องการของลูกค้า เพื่อนำมาวางเป็นมาตรฐานของโรงแรม  คือ ที่จอดรถสะดวก น้ำอุ่นไหลแรง ฟรีไว-ไฟ ปลอดภัย เตียงนุ่มสบายเป็นต้น ซึ่งจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้ฮ็อป อินน์ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากโรงแรมในท้องถิ่น ส่วนการตั้งราคาขายก็จะอยู่ในอัตราที่ใกล้กัน และการลงทุนแบรนด์นี้ยังให้ผลตอบแทนที่เร็วกว่าโรงแรมในระดับที่สูง เฉลี่ยใช้พนักงานไม่เกิน 10 คน ห้องพักขนาด 19 ตารางเมตร อินเตอร์เน็ตและคอนเนอร์มุมเล็กๆบริเวณล็อบบี้ บริการ ชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง และเตาไมโครเวฟ เผื่อลูกค้าซื้ออาหารมาอุ่น เพราะจากการสำรวจพบว่าลูกค้ามักจะเลือกกินอาหารตามร้านอาหารในท้องถิ่นมากกว่าในโรงแรม”

นางกมลวรรณยังกล่าวต่อว่า นอกจากการขยายแบรนด์ ฮ็อป อินน์ ระดับมิดสเกล (3-4ดาว)ที่จะเป็นโรดแมปหลักของการลงทุนในอนาคตของดิ เอราวัณแล้ว ในปีนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโรงแรมใหม่ๆและเตรียมเปิดให้บริการในปีนี้อีก 3 แห่ง คือ ส่วนต่อขยายโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา เฟส 2 ที่จะเพิ่มห้องพักขึ้นอีก 200 ห้อง การเปิดให้บริการของโรงแรมเมอร์เคียว พัทยา และไอบิส ที่กระบี่ ช่วงปลายปี และหากรวมการลงทุนในส่วนฮ็อป อินน์ ทั้ง 10 แห่งแล้ว ในปีนี้บริษัทกันงบสำหรับลงทุนไว้อยู่ที่ราว 2.7 พันล้านบาท

อ่านข่าวทั้งหมด คลิ๊กที่นี่ http://bit.ly/1lQNeNY

ที่มา | ฐานเศรษฐกิจ 16 – 19  มีนาคม 2557

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.