Thailand's leading real estate agent

เดอะมอลล์ตั้งการ์ดรับ คู่แข่งรุมชิงเค้กทำเลทอง

By on Oct 02, 2014 in Property News, Retail

การขยายตัวของชุมชนเมือง ไม่ว่าจะเรียกเป็นเออร์เบิลไซชั่น หรือแซทเทิลไลซั่น ก็ล้วนแต่มีผลให้เกิดการขยายตัวของภาคธุรกิจตามไปด้วย ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่เกาะกระแสอย่างไม่ยอมลดละคือค้าปลีก เห็นได้จากการประกาศปักธงชิงทำเลทองกันจ้าละหวั่นในขณะนี้

หากจะโฟกัสไปในทำเลที่ธุรกิจค้าปลีกมองว่าจะมีการแข่งขันกัน แย่งชิงพื้นที่ปักธงขยายสาขาและทำให้การแข่งขันรุนแรงในช่วง 2 ปีจากนี้ ดวงตา พงษ์วิไลย์ผู้จัดการใหญ่การตลาดองค์กร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ฟันธงไว้ 3 ทำเลคือ บางแครวมบางใหญ่ บางกะปิ และกรุงเทพฯ ตะวันออก

นั่นเพราะทั้ง 3 ทำเลดังกล่าว จะเกิดการขยายตัวและเติบโตตามชุมชนที่ขยายใหญ่ขึ้น ทั้งจากเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคม การเคลื่อนย้ายทำเลของผู้มีกำลังซื้อและครอบครัวยุคใหม่ที่ออกไปยังชานเมืองมากขึ้น เพราะหวังอานิสงส์จากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น อีกทั้งราคายังจับต้องได้เมื่อเทียบกับย่านกลางเมือง

ดวงตา กล่าวว่า บางแคถือเป็นทำเลทองของผู้ประกอบการค้าปลีกนับจากนี้ ซึ่งรวมถึงบางใหญ่ ราชพฤกษ์และบริเวณใกล้เคียง เห็นได้จากมีผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเก่าขยายสาขาเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะเซ็นทรัลเวสต์เกต และเมกา บางใหญ่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า รวมไปถึงคอมมูนิตี้ มอลล์ ขนาดเล็กและใหญ่ที่เกิดขึ้นมากมาย

“ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เดอะมอลล์ บางแค มีคู่แข่งชัดเจนมากขึ้น เห็นสัญญาณได้จากลูกค้าที่ใช้บริการร้านอาหารลดลงเพราะมีทางเลือกมากขึ้น”

ขณะที่ทำเลบางกะปิก็มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาชิงทำเลทองรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกษตร-นวมินทร์ และถนนพระราม 9 ที่กลุ่มเซ็นทรัลกำลังเปิดสาขาทั้งสองสาขา รวมไปถึงคอมมูนิตี้ มอลล์ รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ด้านฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก อย่างบางนา ศรีนครินทร์ ก็แข่งขันรุนแรงไม่แพ้กัน เพราะเป็นทำเลที่มีค้าปลีกรายใหญ่เปิดแล้วหลายราย อาทิ เซ็นทรัล บางนา ซีคอนสแควร์พาราไดซ์ พาร์ค รวมถึงเดอะมอลล์ที่จะเปิด แบงค็อก มอลล์

เมื่อมองถึงการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ทำให้เดอะมอลล์ ที่อยู่มานานถึง 20 ปี สำหรับสาขาบางกะปิและบางแค ต้องเร่งปรับตัวโดยปีที่ผ่านมาใช้งบ 200-300 ล้านบาท ปรับโฉมเดอะมอลล์ บางแค และบางกะปิ และต่อเนื่องถึงปีนี้ที่ใช้งบรวมอีก 200-300 ล้านบาทเช่นกัน คาดเสร็จสมบูรณ์ในปีหน้า

แนวทางที่เดอะมอลล์เดินไปคือ การคงความครบถ้วนของสินค้าและบริการ และเติมในสิ่งที่ขาด นั่นคือ ร้านอาหารดังที่คนในเมืองนิยม เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะโฟกัสนับจากนี้คือ กลุ่มครอบครัวยุคใหม่ และกลุ่มคนทำงาน หวังดึงลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 20%

อีกหนึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ก็ชูกลยุทธ์การเปิดศูนย์การค้าใหม่ในย่านแซทเทลไลท์ทาวน์ ทั้งในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง โดยเร่งศึกษาศักยภาพของจังหวัดปริมณฑลไม่ว่าจะเป็น จ.ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ

วัลยา จิราธิวัฒน์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ ออกแบบและก่อสร้าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนากล่าวว่า ทำเลที่จะนำมาพัฒนาเป็นแซทเทลไลท์ทาวน์ ซีพีเอ็นวางกลยุทธ์ไว้ว่าต้องเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไป งบลงทุนต่อสาขาเบื้องต้น 3,000-4,000 ล้านบาท

ปัจจุบันซีพีเอ็นมีศูนย์การค้าที่อยู่ในทำเลแซทเทลไลท์ทาวน์แล้ว 4 สาขา คือเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์, เซ็นทรัลพลาซาศาลายา และเซ็นทรัล เวสต์เกต ที่คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการเดือน พ.ค. 2558

ทั้งนี้ ซีพีเอ็นจะให้ความสำคัญกับ เซ็นทรัล เวสต์เกต ที่มุ่งปั้นให้เป็น “ซูเปอร์ริจินัลมอลล์” ที่ดีที่สุดในเอเชีย และมีรายได้ใกล้เคียงกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ทำรายได้สูงสุดในขณะนี้

ภาพรวมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีจากนับนี้ รับประกันได้ว่า สมรภูมิค้าปลีกชายเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าระอุแน่นอน

News-posttoday_1oct

ที่มา | โพสต์ทูเดย์ 1 ตุลาคม 2557

No comment





 

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2020 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.