Thailand's leading real estate agent

‘ดับบลิวเอชเอฯ’ลุยลงทุนนิคมฯรับทุนจีน-ญี่ปุ่น

By on Apr 03, 2019 in Featured, Industrial

'ดับบลิวเอชเอฯ'ลุยลงทุนนิคมฯรับทุนจีน-ญี่ปุ่น

“ดับบลิวเอชเอ” เปิดนิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 ปักธงอีอีซี “พรินซ์ เฉิงซาน” ยักษ์ใหญ่ผลิตยางรถยนต์จากจีนนำร่องซื้อ 280 ไร่ ตั้งเป้าปีนี้ยอดขายที่ดิน 1.6 พันไร่ เผยต่างชาติไม่กังวลการเมือง คาดจีน-ญี่ปุ่นจับมือลงทุนประเทศที่ 3 ดันยอดลงทุนไทยปีนี้โต 5%

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดับบลิวเอชเอฯ เปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 เป็นแห่งที่ 10 ของกลุ่ม ดับบลิวเอชเอ ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี พื้นที่ 2,198 ไร่ ใช้งบพัฒนาสาธารณูปโภค 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเฟสแรกพัฒนา 1,300 ไร่ เสร็จปี 2562 และเฟสที่ 2 จะเสร็จปี 2563

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) อนุมัติเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมแล้ว เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ รวมถึงอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

นางสาวจรีพร กล่าวว่า บริษัทพรินซ์ เฉิงซาน ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของจีน ได้ซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 แล้ว 280 ไร่ และจะมีซัพพลายเออร์ของบริษัทดังกล่าวเข้ามาลงทุนเพิ่ม ซึ่งตั้งเป้าปี 2562 จะขายพื้นที่ได้ 300-500 ไร่

ตั้งเป้ายอดขายปีนี้1.6พันไร่
ทั้งนี้ ปัจจุบันดับบลิวเอชเอมีนิคมอุตสาหกรรม 10 แห่ง พื้นที่รวม 68,500 ไร่ ตั้งอยู่ในไทย 9 แห่ง มีพื้นที่ 40,000-50,000 ไร่ มีพื้นที่พร้อมขาย 10,000 ไร่ และนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนาม 20,000 ไร่ ได้พัฒนาพื้นที่เฟสแรกไปแล้ว 3,100 ไร่
สำหรับการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในไทย 8 แห่ง มีมูลค่ารวม 1 ล้านล้านบาท โดยในปี 2562 ตั้งเป้าหมายขายพื้นที่ได้ 1,600 ไร่ เป็นยอดขายนิคมอุตสาหกรรมในไทย 9 แห่ง จำนวน 1,400 ไร่ และในเวียดนาม 200 ไร่ ซึ่งจะใช้เงินลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด 2,000 ล้านบาท และในเวียดนามอีก 800 ล้านบาท

ทุนจีนมาแรงลงทุนในนิคมฯ
นอกจากนี้ นักลงทุนกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาในนิคมอุตสาหกรรมจะเป็นนักลงทุนจากจีนในปี 2561 สัดส่วน 40% รองลงมาเป็นญี่ปุ่น 20-30% และในอนาคตนักลงทุนจีนยังคงมาแรง ส่วนนักลงทุนสะสมทั้งหมดในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น 38% รองลงมาเป็นจีนและไต้หวัน 7% ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีสัดส่วน 5% โดยนักลงทุนจีนเพิ่มขึ้นมากแต่ฝั่งญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเช่นกันทั้งรายเดิมขยายการลงทุนและนักลงทุนรายใหม่

ขณะนี้นักลงทุนจากจีนได้เข้ามาเจรจาขอร่วมลงทุนตั้งนิคมอุตสาหกรรมร่วมกับดับบลิวเอชเอ โดยกำลังเจรจาและจะเน้นการดำเนินการร่วมกันในระยะยาว เพราะธุรกิจนี้ต้องให้บริการด้านสาธารณูปโภคระยะยาว ซึ่งต้องพิจารณาทุกด้านอย่างรอบคอบ

จีน-ญี่ปุ่นจับมือลงทุนไทย
“สงครามการค้าจะเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการจีนเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น และไทยยังมีอีอีซี ที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดการลงทุนที่สำคัญ เพราะให้สิทธิประโยชน์การลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ดี รวมทั้งในจีนเองก็มีต้นทุนการผลิตจากค่าแรง และค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องออกมาลงทุนในอาเซียนมากขึ้น”

นอกจากนี้ การที่จีนและญี่ปุ่นมีความร่วมมือออกไปลงทุนในประเทศที่ 3 ร่วมกัน ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในไทยโดยเฉพาะพื้นที่ อีอีซี เป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นตัวเลขการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะทำให้การลงทุนของไทยในปีนี้จะขยายตัว ไม่ต่ำกว่า 5% และในปี 2563 จะโตได้ถึง 10%

การเมืองไม่กระทบลงทุน
นางสาวจรีพร กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองขณะนี้ ไม่กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนไทย เพราะต่างชาติต่างเชื่อมั่นในนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย รวมทั้งที่ผ่านมาการเมืองเปลี่ยนแปลงแต่ไม่เคยไปยึดธุรกิจต่างชาติ โดยการตัดสินใจลงทุนจะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.นโยบายส่งเสริมการลงทุน 2.โครงสร้างพื้นฐาน 3.บุคลากรรองรับการลงทุน ซึ่งไทยตอบโจทย์ทั้ง 3 ข้อได้ดี โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและอีอีซี รวมทั้งนักลงทุนที่มาไทยกลุ่มใหญ่จะเป็นจีน กับญี่ปุ่น ที่ไม่มองเรื่องการเมืองมากนัก

สำหรับความร่วมมือกับจีนในระยะยาว ดับบลิวเอชเอ ได้เข้าไปหารือกับผู้บริหารมณฑลคุนหมิง ซึ่งทางคุนหมิงได้ให้ความสำคัญต่อการลงทุนในไทยมาก และคุณหมิงเป็นจุดเชื่อมต่อหลักในการเข้ามายังอาเซียนตามนโยบายวันเบลท์วันโรดของจีน และเส้นทางรถไฟในแนววันเบลท์วันโรด ก็ผ่านไทยถึง 2 เส้นทาง ทำให้คุนหมิงให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยทั้งในเรื่องโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยมาก ซึ่งในอนาคตจะมีความร่วมมือกับดับบลิวเอชเออีกหลายโครงการ

ส่งมอบพื้นที่อาลีบาบา ก.ย.นี้
ส่วนการดำเนินงานในนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จ.ฉะเชิงเทรา จะส่งมอบพื้นที่ให้ อาลีบาบา เฟสแรก 1.3 แสนตารางเมตร ช่วงเดือน ก.ย.นี้ จากพื้นที่ทั้งหมด 2 แสนตารางเมตร ซึ่งจะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอาลีบาบา ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

นายเชอ หงจื้อ ประธานบริษัท เฉิงซาน กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมลงทุนในไทย 600 ล้านดอลลาร์ หรือ 20,000 ล้านบาท มีกำลังการผลิตยางปีละ 12 ล้านเส้น แบ่งเป็นยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปีละ 10 ล้านเส้น และยางสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารปีละ 2 ล้านเส้น คาดว่าจะใช้ยางพาราของไทยปีละ 1.8 แสนตัน

ทั้งนี้ การลงทุนแบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟส 1 จะลงทุน 300 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,100 ล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานและวางสายการผลิต โดยได้ตั้งเป้ากำลังการผลิตยางเรเดียลสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลปีละ 4 ล้านเส้น และยางเรเดียลรถบรรทุกและรถโดยสาร ปีละ 8 แสนเส้น ใช้พนักงานในช่วงแรก 1.2 พันคน จะเป็นการส่งออก 90% และขายในประเทศอีก 10%

สนใจเช่าหรือซื้อพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม ติดต่อ ซีบีอาร์อี

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ – 2 เมษายน 2562

Nora Chapman
Nora has been in the Corporate Communications arena for a number of years. Nora's role is to communicate all newsworthy items that are of a PR nature.

No comment

emailSubscribe Via Email

Privacy guaranteed. We will not share your information.

Follow Me on Twitter

Follow Me on Facebook

Subscribe via RSS Feed

Copyright © 2019 CBRE (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.