ย้อนกลับ
สกุลเงิน
THB - บาท
USD - ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
GBP - ปอนด์
EUR - ยูโร
JPY - เยนญี่ปุ่น
AUD - ดอลลาร์ออสเตรเลีย
HKD - ดอลลาร์ฮ่องกง
CNY - หยวน
SGD - ดอลลาร์สิงคโปร์
TWD - ดอลลาร์ไต้หวัน
RUB - รูเบิลรัสเซีย
MYR - ริงกิตมาเลเซีย
INR - รูปีอินเดีย.
หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยนที่แสดงนี้ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น
บริการที่ปรึกษาและธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์
บริการสำรวจวิจัยตลาดและที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการ
บริการประเมินราคาทรัพย์สิน
บริการบริหารอาคาร
บริการบริหารทรัพยากรอาคาร
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของท่านในเว็บไซต์นี้ โดยการเข้าใช้เว็บไซต์นี้ ท่านยอมรับเงื่อนไขการใช้คุกกี้ของเรา
ยอมรับ
เมนู
ซื้อเช่าฝากขาย / เช่าค้นหาอสังหาฯ
เลือกสกุลเงิน
THB
เลือกสกุลเงิน
THB - บาท
USD - ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
GBP - ปอนด์
EUR - ยูโร
JPY - เยนญี่ปุ่น
AUD - ดอลลาร์ออสเตรเลีย
HKD - ดอลลาร์ฮ่องกง
CNY - หยวน
SGD - ดอลลาร์สิงคโปร์
TWD - ดอลลาร์ไต้หวัน
RUB - รูเบิลรัสเซีย
MYR - ริงกิตมาเลเซีย
INR - รูปีอินเดีย.
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่แสดงนี้ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น
ค้นหาทั้งเว็บไซต์
ขออภัย ไม่มีข้อมูลนี้ในภาษาที่ท่านเลือก
ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่
ตกลง
ค้นหาทั้งเว็บไซต์
กรุณากรอกคำค้นหา

เทรนด์ New Normal จุดพลุ “ความต้องการใหม่” ตลาดบ้านเดี่ยวกำลังซื้อสูง

27 พฤษภาคม 2563
แชร์
ปิด

เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่กระทบภาคธุรกิจอสังหาฯ ทุกเซ็กเม้นท์ ผู้คนใช้ชีวิตติดบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ความคิดเปลี่ยนไปโดยหันไปให้ความสำคัญกับพื้นที่ (Space) ทั้งในและนอกบ้านรวมถึงฟังก์ชั่นใช้งานภายในบ้านที่ตอบสนองได้หลากหลายทั้งการทำงาน การเรียน การพักผ่อน การทำอาหาร พื้นที่จอดรถ รวมทั้งพื้นที่จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ (Storage) เชื่อว่าโครงการบ้านเดี่ยวใหม่หลายโครงการที่เตรียมจะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จะต้องกำหนดมาตรฐานบ้านโดยมี “สเปซ” และ “ฟังก์ชั่น” เป็นจุดขายสำคัญเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคหลังโควิด-19

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าทิศทางตลาดและความต้องการรูปแบบการอยู่อาศัยเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากกลุ่มความต้องการใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง

“ผู้คนเดินทางน้อยลง ใช้ระบบขนส่งสาธารณะลดลง และต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แม้ต้องอยู่ห่างกันแต่ชีวิตก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ไม่พลุกพล่านหนาแน่น ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยอาจต้องการคอนโดมิเนียมหรือบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังอยู่ในงบประมาณเท่าเดิม” นางสาวอลิวัสสา กล่าว

ซีบีอาร์อียังระบุด้วยว่า เมื่อประเมินจากข้อมูลกลุ่มลูกค้าและการตลาด ได้ข้อสรุปว่า ระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทำให้มี “ความต้องการใหม่” ของกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูงในสินค้าบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบ้านเดี่ยวทุกระดับราคายังคงเป็นตลาดที่มีความต้องการแท้จริง (real demand) ของผู้บริโภคเพราะไม่มีปัจจัยเสี่ยงของความต้องการจากกลุ่มนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรเข้ามากระทบการเติบโตของเซ็กเม้นท์ ทั้งนี้ ตลาดบ้านหรูระดับพรีเมี่ยมสำหรับกลุ่มตลาดบนจะเป็นตลาดกลุ่มแรกๆ ที่จะเริ่มเคลื่อนไหวเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงพร้อมที่จะใช้จ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ตรงความต้องการในวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal)

แม้ในภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกกำลังซื้อจะลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกะทันหัน แต่ในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อเหตุการณ์ระบาดของโควิดเริ่มคลี่คลาย ผู้ซื้อจะเริ่มเห็นการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงของดีไซน์สินค้าบ้านเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการทราบดีว่า พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปแล้ว “สเปซ” และ “ฟังก์ชั่น” จะมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาสินค้าโดยเฉพาะในตลาดบ้านระดับบนซึ่งผู้บริโภคยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

โจทย์ยากจึงอยู่ที่การทำความเข้าใจและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ที่ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดของสินค้า ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมไม่ใช่การทำสินค้าแบบตามกัน แต่ต้องเฉพาะเจาะจงกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนเพื่อศึกษาลงลึกในรายละเอียดต่างๆ จึงจะทำให้เกิดการพัฒนาสินค้าที่ตรงใจตลาด ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบพื้นที่ และฟังก์ชั่นภายนอกและภายใน การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งมาตรฐานระบบความสะอาดของอากาศและน้ำเพื่อสนับสนุนการอยู่อาศัยที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและมีสุขอนามัยที่ดี

“ความคิดคนเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตลอดเวลานานนับเดือนและยังจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีก ความต้องการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่กล่าวมานั้น บ้านเดี่ยวจะตอบโจทย์ได้ทั้งหมด แต่ต้องเป็นบ้านที่ถูกคิดดีไซน์ออกมาให้ตอบรับความต้องการที่เปลี่ยนไป โดยเราจะได้เห็นการแข่งขันของผู้ประกอบการตลาดบ้านเดี่ยวกับลูกเล่นสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ตลาดมีความคึกคักขึ้นตลอดครึ่งปีหลัง 2563” นางสาวอลิวัสสา กล่าว

สำหรับทำเลเด่นของการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบสำหรับตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมที่มีพื้นที่ต่อยูนิตประมาณ 100 - 200 ตร.ว. จะเริ่มมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในย่านมิดทาวน์หรือรอบนอกใจกลางเมือง ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ที่กำลังขยายตัว โดยทำเลที่จะถูกจับตาเป็นพิเศษ คือ ราชพฤกษ์ รัชดาภิเษก กรุงเทพกรีฑา บางนา-ตราด ซึ่งเป็นย่านตัวเมืองชั้นกลางของกรุงเทพฯ พื้นที่ส่วนนี้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่อย่างสมบูรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีการคมนาคมที่เข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเส้นทางเชื่อมต่อในหลายจุดทั้งระบบราง และทางด่วนขั้นที่ 2

กลับ

ข่าวอื่นๆ

ติดต่อเรา