บทความ | พื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้
ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ครึ่งแรกปี 2569: เมื่อ “ประสบการณ์” คือตัวสินค้า
16 ตุลาคม 2569
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะหยุดนิ่ง ผู้พัฒนาโครงการและเจ้าของที่ดินในประเทศหลายรายกำลังพิจารณาโครงการค้าปลีกขนาดเล็กถึงขนาดกลางในย่านที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงบางนาและราชพฤกษ์ ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศหลายรายยังคงระมัดระวังในการขยายสาขา เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางกลับกัน แบรนด์ต่างชาติยังคงมองว่าตลาดค้าปลีกไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ฐานผู้บริโภคในเมืองขนาดใหญ่ และความต้องการประสบการณ์ค้าปลีกที่แตกต่างอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งกว่าคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจับจ่ายไปสู่การเป็นระบบนิเวศด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังจากธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้าน
สำหรับกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลรุ่นใหม่โดยเฉพาะ แรงจูงใจหลักในการไปยังพื้นที่ค้าปลีกไม่ใช่การซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การสร้างคอนเทนต์ และการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน สำหรับเจ้าของพื้นที่และผู้ค้าปลีก ประเด็นสำคัญคือ การดึงดูดให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ออกมาใช้เวลานอกโลกออนไลน์ ต้องอาศัยเหตุผลที่น่าสนใจและคุ้มค่าพอที่จะทำให้พวกเขาอยากมาเยือน ซึ่งจะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป
แนวคิดค้าปลีกที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน คือโครงการที่สร้างประสบการณ์ทั้งหมดขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมดังกล่าว แทนที่จะเพียงเพิ่มองค์ประกอบเชิงประสบการณ์เข้าไปในรูปแบบพื้นที่ค้าปลีกแบบดั้งเดิม
ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z มีวิถีชีวิตที่เชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็เลือกสรรมากขึ้นว่าจะใช้เวลานอกโลกออนไลน์อย่างไร สถานที่ที่จะดึงดูดเวลาของพวกเขาได้ต้องเป็นสถานที่ที่มอบสิ่งที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนอย่างแท้จริง เช่น ประสบการณ์ที่น่าแชร์ต่อ บรรยากาศสมจริงแบบ Immersive ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวเลือกด้านสุขภาพและเวลเนส แนวคิดที่ใส่ใจความยั่งยืน พื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และโอกาสในการปฎิสัมพันธ์กับผู้ที่มีความสนใจคล้ายกัน
อีกหนึ่งคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกันคือความชื่นชอบในการค้นพบสิ่งใหม่ แม้แพลตฟอร์มออนไลน์จะให้ความสะดวกสบายและรวดเร็ว แต่พื้นที่ค้าปลีกที่มีหน้าร้านมอบสิ่งที่อัลกอริทึมเลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ การพบเจอบางสิ่งโดยไม่คาดคิด สินค้ารุ่นลิมิเต็ด แบรนด์ท้องถิ่น และประสบการณ์ร่วมกับชุมชนที่เกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อมาพบด้วยตนเอง ผู้ค้าปลีกจึงหันมาออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมการสำรวจและกระตุ้นให้อยู่ในพื้นที่นานขึ้น พร้อมทั้งวัดผลความสำเร็จไม่ใช่แค่ยอดขายต่อตารางเมตร แต่รวมถึงระดับการมีส่วนร่วม ระยะเวลาที่ใช้ในพื้นที่ และอัตราการกลับมาเยือนซ้ำ
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสตลาดโลก ปัจจุบันตลาดเสื้อผ้ามือสองทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตเกิน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และขยายตัวรวดเร็วกว่าตลาดแฟชั่นแบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น ในกรุงเทพฯ กระแสดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดวินเทจ แพลตฟอร์มขายต่อสินค้ามือสอง และกิจกรรมแฟชั่นที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่
สิ่งที่ 1981 Soul & Sold แสดงให้เห็นคือ ความคิดถึงอดีตและวัฒนธรรมย่อยไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางการตลาดของธุรกิจค้าปลีกอีกต่อไป แต่สามารถเป็นแกนหลักของการพัฒนาโครงการได้อย่างแท้จริง โครงการนี้จึงทำหน้าที่เสมือนแพลตฟอร์มทางสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจร่วมกันมาพบปะ สื่อสาร และสร้างชุมชน มากกว่าจะเป็นเพียงศูนย์การค้าสำหรับซื้อสินค้า ซึ่งความแตกต่างนี้เองคือสิ่งที่ทำให้โครงการนี้สอดรับและสะท้อนถึงทิศทางที่ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ กำลังมุ่งหน้าไป
การเปิดตัว EVEANDBOY Café แห่งแรกในประเทศไทยยังสะท้อนแนวโน้มที่เกิดขึ้นควบคู่กัน นั่นคือการผสานเส้นแบ่งระหว่างค้าปลีก ไลฟ์สไตล์ และการบริการ เพื่อเพิ่มระยะเวลาที่ผู้เข้าใช้บริการอยู่ในพื้นที่และสร้างการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย แม้ว่าจะต้องติดตามต่อว่ารูปแบบเหล่านี้จะรักษาความนิยมในระยะยาวได้หรือไม่ แต่ PLATINUM POP ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่เจ้าของพื้นที่กำลังทบทวนบทบาทของพื้นที่ทางกายภาพ ในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก
โครงการนี้สะท้อนประเด็นที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในธุรกิจค้าปลีก นั่นคือเวลเนสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ประกอบการฟิตเนส สปา หรือสถานบริการด้านสุขภาพ ในงการพิจารณาจัดสัดส่วนองค์ประกอบผู้เช่าอีกต่อไป แต่ถูกผสานเข้ากับการออกแบบทางกายภาพและปรัชญาการดำเนินงานของตัวโครงการเอง จุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีขึ้นทั้งกายและใจหลังจากมาใช้บริการย่อมได้เปรียบเชิงโครงสร้างมากกว่าโครงการที่ไม่ได้ทำ
ผู้พัฒนาโครงการจึงตอบสนองด้วยการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์เลี้ยง ร้านอาหารและพื้นที่พักผ่อนที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง บริการเฉพาะทางสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงระบบสุขอนามัยและการจัดการของเสียที่ได้มาตรฐานมากขึ้น สิ่งที่เคยเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมในการวางแผนโครงการค้าปลีก กำลังกลายเป็นองค์ประกอบที่ผู้บริโภคคาดหวังในโครงการที่เน้นชุมชนและไลฟ์สไตล์ เจ้าของสัตว์เลี้ยงถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการค้าปลีกที่รองรับคนกลุ่มนี้ได้ดีมักได้รับประโยชน์จากอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำที่สูงกว่า
แบรนด์ที่เข้ามาหรือขยายธุรกิจในครึ่งแรกของปี 2569 ได้แก่
กลุ่มสุขภาพและเวลเนสถือเป็นหมวดที่มีการขยายตัวมากที่สุด นำหน้า F&B ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในวงกว้างที่มุ่งสู่ไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตที่กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ หลายแบรนด์ยังเลือกใช้รูปแบบการเข้าสู่ตลาดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น แฟรนไชส์ การร่วมทุน (Joint Venture) และโมเดลการร่วมลงทุน (Co-investment) แทนการเช่าพื้นที่แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว การเข้ามาของแบรนด์ต่างชาติอย่างต่อเนื่องยังช่วยหนุนความต้องการการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านการค้าสำคัญและโครงการมิกซ์ยูสที่มีผู้สัญจรไปมาจำนวนมากและมองเห็นได้ชัดเจน
แนวโน้มของตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ยังคงเป็นบวกแม้อุปทานใหม่จะมีจำกัด วิวัฒนาการของตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ชุมชน และไลฟ์สไตล์มากขึ้น มากกว่าการขยายพื้นที่เพียงอย่างเดียว เมื่อเทรนด์ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่แตกต่าง เวลเนส และบริการอาหารและเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง เจ้าของพื้นที่จึงให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าใช้บริการอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและกลับมาใช้บริการซ้ำ
ในระยะข้างหน้า การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและความสนใจที่ยั่งยืนจากแบรนด์ต่างชาติจะยังคงสนับสนุนความต้องการการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ โดยโครงการที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากที่สุดคือโครงการที่ปรับตัวให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถทดแทนได้บนโลกออนไลน์
ข้อสงวนสิทธิ์:
ซีบีอาร์อีให้ความสำคัญสูงสุดต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลการตลาด แม้เราอาจใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อมีส่วนช่วยในการเรียบเรียงเนื้อหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากผลการวิจัยเชิงลึกและมุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเราโดยเฉพาะ บทความทุกฉบับได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและยืนยันข้อเท็จจริงโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานอันเคร่งครัดของเราทั้งในด้านคุณภาพระดับมืออาชีพและความถูกต้องแม่นยำทางเทคนิค
- ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไม่มีโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ ภาพรวมของตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ในปีนี้จึงอยู่ที่การปรับตำแหน่งทางการตลาดและยกระดับโครงการ ไม่ใช่การเพิ่มพื้นที่อุปทาน
- ธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านไม่ได้แข่งขันกับศูนย์การค้าด้วยกันเองเป็นหลักอีกต่อไป แต่กำลังแข่งกับโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มสตรีมมิง และเกมออนไลน์ เพื่อแย่งชิงเวลาและความสนใจของผู้บริโภค
- แนวคิดค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2569 คือการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ชุมชนเฉพาะกลุ่มและความสนใจร่วมกัน มากกว่าการดึงดูดลูกค้าจากหมวดหมู่สินค้ากว้าง ๆ
- ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ปัจจุบันมีพื้นที่เช่ารวม (Gross Leasable Area: GLA) ถึง 30–40% ในศูนย์ค้าปลีกชั้นนำทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากประมาณ 15–20% เมื่อสิบปีก่อน และตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ก็กำลังเดินพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันกลุ่มธุรกิจสุขภาพและเวลเนสเป็นหมวดธุรกิจที่แบรนด์ต่างชาติเข้ามาขยายตลาดในประเทศไทยมากที่สุดในปี 2569 นำหน้ากลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
- โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อสัตว์เลี้ยงได้พัฒนาจากสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมไปสู่จุดสร้างความแตกต่างที่สำคัญของแหล่งค้าปลีกในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในเมืองความสนใจของแบรนด์ต่างชาติยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยมีการสนับสนุนการขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และดึงดูดผู้ประกอบการที่หลากหลายมากขึ้นจากทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ต่างจากปี 2568 ที่ตลาดถูกขับเคลื่อนโดยแบรนด์จากจีนเป็นหลัก

ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ในปี 2569: การสร้างสรรค์ใหม่สำคัญกว่าการขยายพื้นที่
ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ในครึ่งแรกของปี 2569 ถูกขับเคลื่อนด้วยการปรับโฉมและเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการเดิมมากกว่าการเพิ่มอุปทานใหม่ ไม่มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เปิดตัวโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ในช่วงดังกล่าว แทนที่ตลาดจะเติบโตผ่านการพัฒนาโครงการใหม่แต่ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ กลับมีลักษณะเด่นคือการปรับปรุงทรัพย์สิน การพัฒนาแนวคิดโครงการรูปแบบใหม่ และการให้ความสำคัญกับพื้นที่ชุมชนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในพื้นที่ มากกว่าการเพิ่มพื้นที่เช่าเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ที่เจ้าของโครงการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า การนำเสนอแนวคิดด้านสุขภาพและเวลเนส และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน มากกว่ากลยุทธ์การขยายพื้นที่แบบดั้งเดิมอย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าตลาดจะหยุดนิ่ง ผู้พัฒนาโครงการและเจ้าของที่ดินในประเทศหลายรายกำลังพิจารณาโครงการค้าปลีกขนาดเล็กถึงขนาดกลางในย่านที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงบางนาและราชพฤกษ์ ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศหลายรายยังคงระมัดระวังในการขยายสาขา เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ในทางกลับกัน แบรนด์ต่างชาติยังคงมองว่าตลาดค้าปลีกไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ฐานผู้บริโภคในเมืองขนาดใหญ่ และความต้องการประสบการณ์ค้าปลีกที่แตกต่างอย่างต่อเนื่อง
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งกว่าคือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจับจ่ายไปสู่การเป็นระบบนิเวศด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังจากธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้าน
เทรนด์ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ: ผู้บริโภคต้องการอะไรในปัจจุบัน
ความท้าทายของแหล่งค้าปลีกในกรุงเทพฯ ในปี 2569 ซับซ้อนกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ร้านค้าที่มีหน้าร้านไม่ได้แข่งขันกับศูนย์การค้าอื่นเพื่อแย่งชิงกำลังซื้อของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังต้องแข่งกับโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มสตรีมมิง เกมออนไลน์ และความบันเทิงดิจิทัลทุกรูปแบบ เพื่อแย่งชิงเวลาและความสนใจของผู้บริโภค ในบริบทดังกล่าว การมาเยือนศูนย์การค้าที่มีเพียงแค่ร้านค้าให้เลือกซื้อสินค้า อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาอีกต่อไปสำหรับกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลรุ่นใหม่โดยเฉพาะ แรงจูงใจหลักในการไปยังพื้นที่ค้าปลีกไม่ใช่การซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การสร้างคอนเทนต์ และการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน สำหรับเจ้าของพื้นที่และผู้ค้าปลีก ประเด็นสำคัญคือ การดึงดูดให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ออกมาใช้เวลานอกโลกออนไลน์ ต้องอาศัยเหตุผลที่น่าสนใจและคุ้มค่าพอที่จะทำให้พวกเขาอยากมาเยือน ซึ่งจะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป
แนวคิดค้าปลีกที่ได้รับการตอบรับดีที่สุดในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน คือโครงการที่สร้างประสบการณ์ทั้งหมดขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมดังกล่าว แทนที่จะเพียงเพิ่มองค์ประกอบเชิงประสบการณ์เข้าไปในรูปแบบพื้นที่ค้าปลีกแบบดั้งเดิม
Gen Z กำลังสร้างนิยามใหม่ให้กับพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ
เบื้องหลังแนวโน้มหลายประการที่กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ในปี 2569 คือการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลรุ่นใหม่ ซึ่งต่างจากคนรุ่นก่อน คนกลุ่มนี้มองศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรมมากกว่าจะเป็นเพียงสถานที่จับจ่ายใช้สอย แรงจูงใจหลักในการไปยังพื้นที่ค้าปลีกไม่ใช่การซื้อสินค้าอีกต่อไป แต่เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ชุมชน การสร้างคอนเทนต์ และการแสดงออกถึงตัวตนผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z มีวิถีชีวิตที่เชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็เลือกสรรมากขึ้นว่าจะใช้เวลานอกโลกออนไลน์อย่างไร สถานที่ที่จะดึงดูดเวลาของพวกเขาได้ต้องเป็นสถานที่ที่มอบสิ่งที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนอย่างแท้จริง เช่น ประสบการณ์ที่น่าแชร์ต่อ บรรยากาศสมจริงแบบ Immersive ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวเลือกด้านสุขภาพและเวลเนส แนวคิดที่ใส่ใจความยั่งยืน พื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และโอกาสในการปฎิสัมพันธ์กับผู้ที่มีความสนใจคล้ายกัน
อีกหนึ่งคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกันคือความชื่นชอบในการค้นพบสิ่งใหม่ แม้แพลตฟอร์มออนไลน์จะให้ความสะดวกสบายและรวดเร็ว แต่พื้นที่ค้าปลีกที่มีหน้าร้านมอบสิ่งที่อัลกอริทึมเลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ การพบเจอบางสิ่งโดยไม่คาดคิด สินค้ารุ่นลิมิเต็ด แบรนด์ท้องถิ่น และประสบการณ์ร่วมกับชุมชนที่เกิดขึ้นได้เฉพาะเมื่อมาพบด้วยตนเอง ผู้ค้าปลีกจึงหันมาออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมการสำรวจและกระตุ้นให้อยู่ในพื้นที่นานขึ้น พร้อมทั้งวัดผลความสำเร็จไม่ใช่แค่ยอดขายต่อตารางเมตร แต่รวมถึงระดับการมีส่วนร่วม ระยะเวลาที่ใช้ในพื้นที่ และอัตราการกลับมาเยือนซ้ำ
การค้าปลีกที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน: โมเดลการค้าปลีกเชิงประสบการณ์ของกรุงเทพฯ
1981 Soul & Sold
หนึ่งในแนวคิดค้าปลีกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในกรุงเทพฯ ปี 2569 คือ 1981 Soul & Sold บนถนนรามคำแหง โครงการนี้จัดสรรพื้นที่ส่วนใหญ่ให้กับร้านแฟชั่นมือสอง เสื้อผ้าวินเทจ แผ่นเสียงไวนิล สตูดิโอสัก และผู้ประกอบการด้านไลฟ์สไตล์เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ค้าปลีกแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจนแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับกระแสตลาดโลก ปัจจุบันตลาดเสื้อผ้ามือสองทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตเกิน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และขยายตัวรวดเร็วกว่าตลาดแฟชั่นแบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความเป็นเอกลักษณ์มากขึ้น ในกรุงเทพฯ กระแสดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของตลาดวินเทจ แพลตฟอร์มขายต่อสินค้ามือสอง และกิจกรรมแฟชั่นที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่
สิ่งที่ 1981 Soul & Sold แสดงให้เห็นคือ ความคิดถึงอดีตและวัฒนธรรมย่อยไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางการตลาดของธุรกิจค้าปลีกอีกต่อไป แต่สามารถเป็นแกนหลักของการพัฒนาโครงการได้อย่างแท้จริง โครงการนี้จึงทำหน้าที่เสมือนแพลตฟอร์มทางสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจร่วมกันมาพบปะ สื่อสาร และสร้างชุมชน มากกว่าจะเป็นเพียงศูนย์การค้าสำหรับซื้อสินค้า ซึ่งความแตกต่างนี้เองคือสิ่งที่ทำให้โครงการนี้สอดรับและสะท้อนถึงทิศทางที่ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ กำลังมุ่งหน้าไป
ธุรกิจค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยอาหารและเครื่องดื่ม: เมื่ออาหารเป็นแรงดึงดูดผู้คนสู่ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มได้ตอกย้ำสถานะการเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนปริมาณผู้เข้าใช้บริการที่น่าเชื่อถือที่สุดของธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ ในระดับสากล ศูนย์การค้าชั้นนำในปัจจุบันได้จัดสรรพื้นที่เช่าขั้นต้นราว 30–40% ให้กับธุรกิจ F&B เพิ่มขึ้นจากประมาณ 15–20% เมื่อสิบปีก่อน ขณะที่โครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ก็กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยรูปแบบร้านค้าใหม่ ๆ ที่เปิดตัวมีจุดร่วมคือการเน้นประสบการณ์มากกว่าการทำธุรกรรมทางการค้าPLATINUM POP ย่านประตูน้ำ-ราชประสงค์
PLATINUM POP ย่านราชประสงค์ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของพื้นที่ในกรุงเทพฯ กำลังทดลองใช้ F&B เพื่อปรับตำแหน่งและสร้างความคึกคักให้โครงการ ผ่านการเปิดตัวโซน LAI JIE ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการอาหารสไตล์เยาวราชกว่า 150 ราย ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์หลายมิติ โดยมีอาหาร การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และความบันเทิงเป็นจุดดึงดูดหลัก แทนที่จะเป็นหมวดหมู่สินค้าทั่วไปรอบ ๆ บริเวณนั้นการเปิดตัว EVEANDBOY Café แห่งแรกในประเทศไทยยังสะท้อนแนวโน้มที่เกิดขึ้นควบคู่กัน นั่นคือการผสานเส้นแบ่งระหว่างค้าปลีก ไลฟ์สไตล์ และการบริการ เพื่อเพิ่มระยะเวลาที่ผู้เข้าใช้บริการอยู่ในพื้นที่และสร้างการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย แม้ว่าจะต้องติดตามต่อว่ารูปแบบเหล่านี้จะรักษาความนิยมในระยะยาวได้หรือไม่ แต่ PLATINUM POP ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่เจ้าของพื้นที่กำลังทบทวนบทบาทของพื้นที่ทางกายภาพ ในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคกลายเป็นทรัพยากรที่หายาก
เวลเนสจากสิ่งอำนวยความสะดวกสู่กลยุทธ์หลักของธุรกิจค้าปลีกกรุงเทพฯ
แนวคิดด้านสุขภาพและเวลเนสได้พัฒนาจากหมวดผู้เช่าหนึ่งไปสู่ปรัชญาการออกแบบและการพัฒนาโครงการค้าปลีกในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคในด้านสุขภาพ อายุยืน ไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง และสุขภาวะทางจิตใจ ซึ่งกำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้พัฒนาวางแผนและวางตำแหน่งทางการตลาดของโครงการใหม่เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ นนทบุรี
เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแนวคิดนี้ในตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ปัจจุบัน โครงการวางตำแหน่งเป็นศูนย์การค้าในร่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย โครงการประกอบด้วยป่าในร่มขนาด 500 ตร.ม. โซนเวลเนสเฉพาะทาง ลู่วิ่งจ๊อกกิ้งระยะ 450 เมตร ระบบแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดีขึ้น พื้นที่ Playville สำหรับครอบครัว และพื้นที่ Petville ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงโครงการนี้สะท้อนประเด็นที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในธุรกิจค้าปลีก นั่นคือเวลเนสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ประกอบการฟิตเนส สปา หรือสถานบริการด้านสุขภาพ ในงการพิจารณาจัดสัดส่วนองค์ประกอบผู้เช่าอีกต่อไป แต่ถูกผสานเข้ากับการออกแบบทางกายภาพและปรัชญาการดำเนินงานของตัวโครงการเอง จุดหมายปลายทางด้านการค้าปลีกที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีขึ้นทั้งกายและใจหลังจากมาใช้บริการย่อมได้เปรียบเชิงโครงสร้างมากกว่าโครงการที่ไม่ได้ทำ
เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงในฐานะจุดสร้างความแตกต่างของพื้นที่ค้าปลีก
โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ที่มุ่งเจาะกลุ่มครัวเรือนในเมืองรุ่นใหม่ สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ การพาสัตว์เลี้ยงไปร่วมกิจกรรมนันทนาการและจับจ่ายซื้อของได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าจะใช้เวลาที่ไหนผู้พัฒนาโครงการจึงตอบสนองด้วยการจัดสรรพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์เลี้ยง ร้านอาหารและพื้นที่พักผ่อนที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง บริการเฉพาะทางสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงระบบสุขอนามัยและการจัดการของเสียที่ได้มาตรฐานมากขึ้น สิ่งที่เคยเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมในการวางแผนโครงการค้าปลีก กำลังกลายเป็นองค์ประกอบที่ผู้บริโภคคาดหวังในโครงการที่เน้นชุมชนและไลฟ์สไตล์ เจ้าของสัตว์เลี้ยงถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงการค้าปลีกที่รองรับคนกลุ่มนี้ได้ดีมักได้รับประโยชน์จากอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำที่สูงกว่า
การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย: แบรนด์ใดเข้าสู่ตลาดในปี 2569
ความสนใจของแบรนด์ต่างประเทศที่มีต่อตลาดประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งแม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่แน่นอน การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย อย่างต่อเนื่องสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของผู้บริโภคในระยะยาวของประเทศ ในขณะที่ปี 2568 ถูกขับเคลื่อนด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็วของผู้ประกอบการจีน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภค ปี 2569 กลับมีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีแบรนด์จากเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกาเข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นแบรนด์ที่เข้ามาหรือขยายธุรกิจในครึ่งแรกของปี 2569 ได้แก่
- Human Made & Curry Up (ญี่ปุ่น)
- Bread Ahead (สหราชอาณาจักร)
- Club Pilates (สหรัฐอเมริกา)
- Tagi (เซี่ยงไฮ้)
- No Brand (เกาหลี)
- Lopia (ญี่ปุ่น)
- The Row (สหรัฐอเมริกา)
- IPPE KOPPE (ญี่ปุ่น)
- MST Golf (มาเลเซีย)
- Berwick 1707 (สเปน)
กลุ่มสุขภาพและเวลเนสถือเป็นหมวดที่มีการขยายตัวมากที่สุด นำหน้า F&B ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในวงกว้างที่มุ่งสู่ไลฟ์สไตล์และคุณภาพชีวิตที่กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ หลายแบรนด์ยังเลือกใช้รูปแบบการเข้าสู่ตลาดที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น แฟรนไชส์ การร่วมทุน (Joint Venture) และโมเดลการร่วมลงทุน (Co-investment) แทนการเช่าพื้นที่แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว การเข้ามาของแบรนด์ต่างชาติอย่างต่อเนื่องยังช่วยหนุนความต้องการการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านการค้าสำคัญและโครงการมิกซ์ยูสที่มีผู้สัญจรไปมาจำนวนมากและมองเห็นได้ชัดเจน
แนวโน้มของตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ยังคงเป็นบวกแม้อุปทานใหม่จะมีจำกัด วิวัฒนาการของตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ชุมชน และไลฟ์สไตล์มากขึ้น มากกว่าการขยายพื้นที่เพียงอย่างเดียว เมื่อเทรนด์ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่แตกต่าง เวลเนส และบริการอาหารและเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง เจ้าของพื้นที่จึงให้ความสำคัญมากขึ้นกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าใช้บริการอยู่ในพื้นที่นานขึ้นและกลับมาใช้บริการซ้ำ
ในระยะข้างหน้า การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและความสนใจที่ยั่งยืนจากแบรนด์ต่างชาติจะยังคงสนับสนุนความต้องการการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ โดยโครงการที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จมากที่สุดคือโครงการที่ปรับตัวให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถทดแทนได้บนโลกออนไลน์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ
ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ เติบโตในปี 2569 หรือไม่
ตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ในปี 2569 ไม่ได้เติบโตจากอุปทานใหม่เป็นหลัก เนื่องจากไม่มีโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดตัวในครึ่งแรกของปี การเติบโตมาจากการปรับตำแหน่งสินทรัพย์ การพัฒนาแนวคิดโครงการใหม่ และการขยายตัวของแบรนด์ต่างประเทศ ความต้องการของผู้บริโภคต่อพื้นที่ค้าปลีกเชิงประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ยังคงแข็งแกร่ง และแบรนด์ต่างชาติยังคงมองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เทรนด์ค้าปลีกใดกำลังกำหนดทิศทางศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ปี 2569
แนวโน้มหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนไปสู่ค้าปลีกที่เน้นประสบการณ์และขับเคลื่อนด้วยชุมชน การขยายตัวของ F&B ในฐานะตัวดึงดูดผู้เข้าใช้บริการ การผสานเวลเนสเข้ากับการออกแบบและพัฒนาโครงการค้าปลีก การเติบโตของพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และความหลากหลายของแบรนด์ต่างชาติที่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น จุดร่วมของทุกแนวโน้มคือแหล่งค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จในกรุงเทพฯ กำลังแข่งขันเพื่อแย่งชิงเวลาและความสนใจของผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงการใช้จ่ายแนวโน้มการขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยเป็นอย่างไร
การขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยยังคงคึกคักแม้เศรษฐกิจจะไม่แน่นอน แบรนด์ต่างชาติยังคงเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหมวดสุขภาพและเวลเนส อาหารและเครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์ กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายหลักของการขยายธุรกิจ แม้ความสนใจในตลาดภูมิภาคที่มีศักยภาพบางแห่งจะเพิ่มขึ้นเช่นกันก็ตามแบรนด์ต่างประเทศใดบ้างที่เข้าสู่ตลาดค้าปลีกไทยในปี 2569
แบรนด์ที่น่าจับตาในครึ่งแรกของปี 2569 ได้แก่ Human Made และ Curry Up จากญี่ปุ่น Bread Ahead จากสหราชอาณาจักร Club Pilates และ The Row จากสหรัฐอเมริกา No Brand จากเกาหลี Lopia และ IPPE KOPPE จากญี่ปุ่น Tagi จากเซี่ยงไฮ้ MST Golf จากมาเลเซีย และ Berwick 1707 จากสเปน แบรนด์ด้านสุขภาพและเวลเนสเป็นกลุ่มที่ขยายตัวมากที่สุด สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของลำดับความสำคัญของผู้บริโภคในตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯอะไรคือปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ
ความต้องการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ได้รับแรงหนุนมากขึ้นจากการขยายตัวของแบรนด์ต่างชาติ รูปแบบค้าปลีกที่นำด้วยประสบการณ์ จุดหมายปลายทางที่เน้นไลฟ์สไตล์ และความต้องการพื้นที่คุณภาพสูงในย่านค้าปลีกที่มีชื่อเสียงอย่างต่อเนื่องค้าปลีกเชิงประสบการณ์คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญในกรุงเทพฯ
ค้าปลีกเชิงประสบการณ์ (Experiential Retail) คือรูปแบบการค้าปลีกที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ให้ผู้บริโภคมากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะผ่านกิจกรรมของชุมชน พื้นที่ที่สร้างการมีส่วนร่วมและประสบการณ์ที่น่าจดจำ ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่คัดสรรมาอย่างดี กิจกรรมด้านสุขภาพและเวลเนส หรือประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ในกรุงเทพฯ รูปแบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจุดหมายปลายทางด้านค้าปลีกไม่ได้แข่งขันกับศูนย์การค้าอื่นเพื่อแย่งชิงเวลาและความสนใจของผู้บริโภคเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังต้องแข่งกับโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มสตรีมมิง และเกม รูปแบบพื้นที่ค้าปลีกที่มอบเหตุผลที่แท้จริงให้ผู้บริโภคออกมาเยือนและกระตุ้นให้กลับมาใช้บริการซ้ำ จะมีความได้เปรียบทางการแข่งขันเหนือโครงการที่ไม่สามารถสร้างประสบการณ์ดังกล่าวได้CBRE มีบทบาทอย่างไรในตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ
CBRE ประเทศไทยให้คำปรึกษาแก่ผู้พัฒนาโครงการค้าปลีก เจ้าของพื้นที่ และแบรนด์ต่างชาติ ครอบคลุมกิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกในทุกมิติ ตั้งแต่การวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาด การคัดเลือกทำเล การให้บริการด้านการเช่าพื้นที่ค้าปลีก การบริหารสินทรัพย์ ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯ หรือประเทศไทย กรุณาติดต่อทีมค้าปลีกของซีบีอาร์อีข้อสงวนสิทธิ์:
ซีบีอาร์อีให้ความสำคัญสูงสุดต่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลการตลาด แม้เราอาจใช้เครื่องมือ Generative AI เพื่อมีส่วนช่วยในการเรียบเรียงเนื้อหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากผลการวิจัยเชิงลึกและมุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของเราโดยเฉพาะ บทความทุกฉบับได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดและยืนยันข้อเท็จจริงโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานอันเคร่งครัดของเราทั้งในด้านคุณภาพระดับมืออาชีพและความถูกต้องแม่นยำทางเทคนิค