Report

รายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเทศไทยปี 2569

25 กุมภาพันธ์ 2569 Read 10 นาที

V08-APAC-Illustration---Key-Visual

กำลังมองหาไฟล์ PDF ของเนื้อหานี้อยู่หรือไม่?

ตลาดพื้นที่ค้าปลีก: ในปี 2568 ปริมาณพื้นที่ค้าปลีกโดยรวมแตะระดับ 8.25 ล้าน ตร.ม. โดยมีอีก 3 แสน ตร.ม. ที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2569  ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะแซงหน้าความต้องการใช้พื้นที่ของผู้เช่า ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยของการใช้พื้นที่จะลดลงจนต่ำกว่า 90%

 

ตลาดโรงแรมและธุรกิจบริการ: คาดการณ์ว่าในปี 2569 กรุงเทพฯ จะมีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นมากกว่า 4,300 ห้อง โดยส่วนใหญ่อยู่ในระดับบน (Upscale) และลักซ์ชัวรี่ (Luxury) โดยปริมาณห้องพักใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามานี้จะทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น แต่คาดว่าจะส่งผลบวกต่ออัตราการเข้าพัก โดยประเมินว่าจะเติบโตขึ้นสูงสุด 2 จุดเปอร์เซ็นต์ และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) จะเพิ่มขึ้น 3-4%

 

ตลาดคอนโดมิเนียม: จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในกลุ่มลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่มากขึ้น ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนมาจากอัตราการขายที่สูงถึง 93% ของยอดอุปทานรวมในปัจจุบัน สำหรับราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมย่านใจกลางเมืองคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน 

 

ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ: เนื่องจากจำนวนที่อยู่อาศัยแนวราบที่เหลือขายมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ผู้พัฒนาโครงการจึงต้องประเมินความต้องการในตลาดอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนเปิดตัวโครงการใหม่ ด้านตลาดบ้านมือสองนั้นมีความคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจัยหลักมาจากความชัดเจนของลูกค้าในการจะซื้อและโอกาสการได้รับอนุมัติสินเชื่อที่แน่นอนกว่า รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในตลาดระดับล่างที่มีน้อย  

 

ตลาดอาคารสำนักงาน: ในปี 2569 จะยังคงมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง และผู้เช่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากสภาวะตลาดที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้เช่า โดยเทรนด์ "Flight-to-Quality" (การย้ายสู่อาคารที่มีคุณภาพสูงกว่า) ยังคงปรากฏให้เห็นชัดเจนในตลาด จากการที่ผู้เช่าจำนวนมากย้ายไปยังอาคารสำนักงานที่ใหม่กว่าและเกรดสูงขึ้น สำหรับความต้องการเช่าพื้นที่สุทธิ (Net take-up) ในปี 2569 คาดว่าจะต่ำกว่าระดับของปี 2568 เล็กน้อย โดยอยู่ที่ประมาณ 100,000 ตร.ม. 

 

ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์: ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมยังคงเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่การซื้อขายที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมมีความคึกคักสูง ด้านความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโรงงานสำเร็จรูป (Ready-Built Factory - RBF) ช่วยสนับสนุนซัพพลายเชนใหม่ ๆ โดยอัตราพื้นที่ว่างที่อยู่ในระดับต่ำ (ต่ำกว่า 5%) และอุปทานใหม่ที่มีจำกัดจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2569

 

ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลจิสติกส์สมัยใหม่ (Modern Logistics Property – MLP) คาดการณ์ว่า ในปี 2569 ปริมาณพื้นที่ใหม่จะสูงเกินกว่าความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลให้อัตราพื้นที่ว่างปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 13%