บล็อก
ถอดรหัสความสำเร็จ ‘อรุณ ศิริราชฯ’
26 มิถุนายน 2569
คอนโดหรู 800 ล้าน จาก ‘ดิ อัมรินทร์’ ชูอินไซต์ หมอ-นักศึกษาแพทย์ ดันยอดขายพุ่ง 65% เตรียม Grand Opening 4-5 ก.ค.นี้
บริษัท ดิ อัมรินทร์ จำกัด ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการ “อรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น” (AROON Siriraj Triple Station) พรีเมียมคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ย่านศิริราช ตอบโจทย์การอยู่อาศัย ‘Right Location-Right Target-Right Product’ รังสรรค์ความงามเหนือกาลเวลาด้วยแรงบันดาลใจจากสายน้ำเจ้าพระยาและแสงอาทิตย์ สู่ดีไซน์สไตล์ “Timeless Aesthetic” พร้อมห้องพักแบบ Fully Furnished คอลเลกชันพิเศษจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Chic Republic กวาดยอดขายทะลุ 65% พร้อมการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) สะท้อนศักยภาพทำเลที่แข็งแกร่งใกล้ รพ.ศิริราช เพียง 2 นาที และเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าได้ถึง 3 สาย เพียง 40 เมตร ในราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท เตรียม Grand Opening วันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้
นายอรรถวุฒิ ธรรมเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ อัมรินทร์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์อรุณ (AROON) กล่าวว่า โครงการอรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น ถือเป็นความตั้งใจของบริษัทฯ ในการพัฒนาโครงการ พรีเมียมคอนโดมิเนียม มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่เหนือระดับบนทำเล Medical Hub ที่สำคัญของประเทศ โดยปัจจุบันกวาดยอดขายไปแล้วกว่า 65% ตั้งแต่ก่อนได้รับ EIA Approved และอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2570 ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้เกิดจาก 3 มิติหลัก ได้แก่ Right Location, Right Target, Right Product จนได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และนักลงทุน ที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่อยู่อาศัยทั่วไป แต่ต้องการคุณค่าจากงานออกแบบที่ประณีต และความลงตัวของการตกแต่งห้องพักแบบ Fully Furnished ตอบโจทย์ Real Demand ในย่านศิริราชอย่างแท้จริง

ตัวโครงการเป็นคอนโดมิเนียม Low rise สูง 8 ชั้น บนเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ 1 งาน มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนห้องพักเพียง 144 ยูนิต โดยการออกแบบและการตกแต่งภายในของโครงการอรุณ ศิริราช ทริปเปิ้ล สเตชั่น ถ่ายทอดภายใต้คอนเซปต์ “Timeless Aesthetic” สุนทรียภาพเหนือกาลเวลา โดยผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความสงบผ่อนคลาย (Calm) ความสง่างาม (Elegant) และความยั่งยืนที่เหนือกาลเวลา (Enduring beyond trends) มารังสรรค์พื้นที่ที่บาลานซ์ความสวยงามเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานจริง โดยสะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมภายนอก (Facade) ที่ใช้เส้นสายแนวนอนที่เรียบง่ายและไล่จังหวะอย่างประณีต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสุนทรียภาพของสายน้ำเจ้าพระยาและแสงอาทิตย์ บริเวณโถงต้อนรับเป็นแบบเพดานสูง Double Volume ใช้กระจกบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ พร้อมเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง สร้างความรู้สึกโปร่ง โล่ง และเชื้อเชิญให้ผู้พักอาศัยค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะจากความเร่งรีบของเมือง สู่บรรยากาศที่สงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ห้องพักของโครงการมีให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ 1 Bedroom ขนาด 28.00 - 43.20 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 48.10 - 81.40 ตร.ม., 2 Bedroom Plus ขนาด 84.30 - 86.40 ตร.ม. และ 3 Bedroom ขนาด 91.20 - 103.80 ตร.ม. ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายตั้งแต่เข้ามาภายในห้อง โดยร่วมออกแบบ Lighting Design กับ Lamptitude เป็นการจัดไฟแบบสปอร์ตไลท์ Dramatic เน้นการส่องเฉพาะจุดเพื่อสร้างบรรยากาศภายในให้เกิดมิติของแสงและเงามากขึ้น เฟอร์นิเจอร์เน้นการใช้งานและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก เช่น Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นวัสดุ Food Grade ปลอดภัยกับการใช้งาน, โต๊ะทานอาหารในห้องขนาด 28 ถึง 30 ตร.ม. มีลิ้นชักที่เก็บของได้ สามารถเลือกใช้เป็นทั้งโต๊ะรับประทานอาหารหรือโต๊ะทำงาน ขณะที่ฐานเตียงนอนก็ซ่อนลิ้นชักสำหรับเก็บของได้เช่นกัน ในส่วนไฮไลท์ของงานเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่เป็นระดับงานพรีเมียมนั้นคือโซฟารูป Organic Curved Sofa ที่ได้คัดสรรมาช่วยขยายความ “Timeless Aesthetic” คือการหยิบงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากช่วงปี 1950 ที่โซฟามีรูปทรงโค้งมนแบบออร์แกนิก มีเส้นสายที่ลื่นไหล โดยมี Chic Republic เป็นผู้ผลิตร่วมกัน และช่วยขัดเกลาขนาด จัดองค์ประกอบให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้องพัก งานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้เหมือนได้สัมผัสศิลปะงานคราฟท์ระดับตำนาน ที่ไม่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปยังสามารถหยิบจับเข้ามาตกแต่งภายในได้อย่างลงตัวและไม่ขัดสายตา อีกสิ่งหนึ่งที่โครงการให้ความสำคัญคือเรื่องสุขภาพของลูกบ้าน โดยเลือกใช้เครื่องออกกำลังกายคุณภาพสูง จาก Technogym มาให้บริการในห้องฟิตเนสทุกเครื่อง[LB1.1] มาพร้อมกับระบบฟอกอากาศภายในห้องพักทั้งโครงการ ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็น Right Product ที่โครงการตั้งใจส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้อยู่อาศัย ราคาเริ่มต้น 3.9 ล้านบาท*


ข้อสงวนสิทธิ์: *ประมาณการผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Yield) ดังกล่าวไม่ได้เป็นการรับประกันจากผู้พัฒนาโครงการ เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ซึ่งยังคงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น อัตราเช่าที่ลูกค้าปล่อยเช่าได้จริง ระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่ การบริหารจัดการของผู้ให้เช่า สภาพเศรษฐกิจ และอื่น ๆ