บทความ | การลงทุนที่ชาญฉลาด

ขับเคลื่อน 'อุบัติเหตุเป็นศูนย์' ด้วยการบริหารทรัพยากรอาคารในไทย

10 กุมภาพันธ์ 2569

achieve-zero-incident2-972x1296

สร้างความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยและเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

การบริหารทรัพยากรอาคาร (Facility Management : FM) ในประเทศไทย คือการบูรณาการเชิงกลยุทธ์ระหว่าง "บุคลากร สถานที่ และกระบวนการ" เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ถือเป็นรากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จในการดำเนินงาน

นอกเหนือจาก พ.ศ. 2554 แล้ว การบริหารทรัพยากรอาคารในไทยยังต้องคำนึงถึงระเบียบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (DLPW) และ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ด้วย สำหรับบริษัทข้ามชาติที่ดำเนินกิจการในประเทศไทย ความท้าทายที่มักพบคือการเชื่อมช่องว่างระหว่างมาตรฐานองค์กรระดับโลกที่เข้มงวดกับข้อกำหนดทางกฎหมายในท้องถิ่น พันธมิตรด้านการบริหารทรัพยากรอาคารที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า ใบรับรองความปลอดภัยด้านอัคคีภัย การตรวจสอบระบบไฟฟ้า และใบอนุญาตหม้อน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารที่ "เก็บเข้าแฟ้ม" แต่ถูกบูรณาการเข้ากับแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่ใช้งานจริง

สำหรับผู้บริหารระดับสูง การบรรลุเป้าหมาย "อุบัติเหตุเป็นศูนย์" (Zero Incidents) ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นและความสามารถในการทำกำไรให้กับองค์กร การบริหารทรัพยากรอาคารที่มีประสิทธิภาพจะเปลี่ยนมุมมองด้านความปลอดภัยจาก "ภาระทางกฎหมาย" ให้กลายเป็น "แนวทางที่สร้างคุณค่า" โดยการปกป้องบุคลากร สร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ความท้าทายสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ความปลอดภัยเชิงรุกฝังรากลึกอยู่ในการดำเนินงานประจำวัน? นี่คือจุดที่ผู้ให้บริการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกในไทยก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยก้าวข้ามแค่การปฏิบัติตามกฎหมาย สู่การสร้างวัฒนธรรมที่ความปลอดภัยช่วยขับเคลื่อนผลกำไรอย่างแท้จริง

ผลกระทบทางธุรกิจจากการบรรลุ “อุบัติเหตุเป็นศูนย์” ผ่านการบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทย

เมื่อองค์กรมุ่งมั่นสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ผ่านโมเดลการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารแบบครบวงจร (Integrated Facility Management : IFM) ที่เข้มแข็ง ประโยชน์ที่ได้รับจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลประกอบการใน 4 ด้านหลัก:
  • การลดต้นทุน: อุบัติเหตุที่น้อยลงนำไปสู่การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนและค่าซ่อมแซมที่ต่ำลง ข้อมูลจากกองทุนเงินทดแทน (WCF) แสดงให้เห็นว่าการปรับปรุงความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องช่วยลดอัตราการบาดเจ็บในภาคอุตสาหกรรมจาก 31.4 เหลือ 16.5 รายต่อคนงาน 1,000 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ทางการเงินมหาศาลของการควบคุมความเสี่ยงเชิงรุก นอกจากนี้ ความถี่ของอุบัติเหตุที่ลดลงยังช่วยลดค่าเบี้ยประกันและลด "ต้นทุนแฝง" เช่น เวลาในการบริหารจัดการเพื่อสอบสวนอุบัติเหตุ
  • ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน: สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยช่วยป้องกันการหยุดชะงักของงานที่ไม่ได้วางแผนไว้ เสถียรภาพนี้ช่วยให้พนักงานจดจ่อกับผลผลิตและประสิทธิภาพได้เต็มที่ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบ HVAC (ปรับอากาศ) หรือระบบไฟฟ้า ถูกจัดการภายใต้กรอบการทำงานอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ความเสี่ยงต่อความล้มเหลวร้ายแรงจะลดลงเหลือน้อยที่สุด ทำให้สายการผลิตและสำนักงานทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • การบรรเทาความเสี่ยง: หลีกเลี่ยงค่าปรับทางกฎหมายที่รุนแรงและการฟ้องร้องที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในท้องถิ่น ในสภาวะที่กฎระเบียบของไทยมีความเข้มงวดมากขึ้น การจัดการ FM เชิงรุกทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสียหายต่อชื่อเสียงและการเงินจากการตรวจสอบของกระทรวงแรงงาน
  • บุคลากรและชื่อเสียง: ความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถ (Top Talent) เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในฐานะผู้นำตลาดที่มีความรับผิดชอบ ในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง สถานที่ทำงานที่ปลอดภัยอย่างชัดเจนจะกลายเป็นส่วนสำคัญของ Employee Value Proposition (EVP) หรือคุณค่าที่พนักงานจะได้รับ ช่วยลดอัตราการลาออกและสร้างวัฒนธรรมความเชื่อมั่นสูง

ข้อมูลเจาะลึกสำคัญ: ให้มองว่าการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกคือ "ระบบประสาทส่วนกลาง" ของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจคุณ สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยคือกุญแจเดียวสู่สภาพแวดล้อมที่เชื่อถือได้

การบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทย: รากฐานวัฒนธรรมอุบัติเหตุเป็นศูนย์

ทีมบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทยคือด่านหน้าในการรับความเสี่ยง การก้าวข้ามการซ่อมบำรุงแบบตั้งรับ (Reactive) จำเป็นต้องแก้ไขจุดอ่อนเชิงระบบดังนี้:
  • ปัจจัยด้านคน (Human Factors): ความไม่สม่ำเสมอในการปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัย การขาดการฝึกอบรม หรือความเหนื่อยล้า
  • สภาพสินทรัพย์ (Asset Conditions): อุปกรณ์ที่ขาดการบำรุงรักษา สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นระเบียบ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุด
  • ช่องว่างด้านการบริหารจัดการ (Management Gaps): การประเมินความเสี่ยงไม่เพียงพอ หรือผู้นำด้านความปลอดภัยอ่อนแอ โดยเฉพาะการกำกับดูแลผู้รับเหมา
  • ความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อม: ภัยธรรมชาติ พื้นที่อับอากาศ และการสัมผัสสารเคมี

งานวิจัยทางวิชาการโดย Dodoo & Al-Samarraie, 2564 ระบุว่าความล้มเหลวเชิงระบบคือสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ การบริหารทรัพยากรอาคารเชิงรุกจึงทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการตรวจจับและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก่อนจะบานปลาย

ความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยที่พิสูจน์แล้วของ CBRE

การเลือกผู้ให้บริการการบริหารทรัพยากรอาคารที่มีความเชี่ยวชาญและเชื่อถือได้อย่าง CBRE เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการบรรลุเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ความเป็นเลิศของเราสร้างขึ้นจากกระบวนการที่พิสูจน์ได้และวัดผลได้จริง

ทีมบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทยของ CBRE ได้พิสูจน์ความมุ่งมั่นนี้ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ "Best Safety Company for Contractor of the Year 2024" สำหรับพื้นที่ในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน จากบริษัทพลังงานชั้นนำในประเทศไทย  รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยที่สำคัญต่อชีวิตอย่างเข้มงวด (Life-Saving Rules) และวัฒนธรรมที่ยึดมั่นในเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์

กรอบการทำงาน 4 เสาหลักของ CBRE เพื่อความสำเร็จด้านอุบัติเหตุเป็นศูนย์

achieve-zero-incident-th-960

1.  ความมุ่งมั่นของผู้นำ (Leadership Commitment): ผู้บริหารต้องนำด้านความปลอดภัยจากส่วนหน้า ทั้งการสนับสนุนงบประมาณ การเป็นกระบอกเสียง และทำให้ความปลอดภัยเป็นค่านิยมหลักที่เห็นได้ชัดในทุกไซต์งาน

2.  การประเมินและควบคุมความเสี่ยง (Risk Assessment and Control): ระบุอันตรายตั้งแต่เนิ่น ๆ และใช้มาตรการควบคุม เช่น:

  การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Controls) เพื่อขจัดอันตรายตั้งแต่การออกแบบ
  การควบคุมทางบริหารจัดการ (Administrative Controls) เช่น ขั้นตอนการทำงานและการขอใบอนุญาตที่ชัดเจน
  อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE)

3.  พฤติกรรมและการเรียนรู้ (Behavior and Learning): ปลูกฝังทัศนคติ "ความปลอดภัยต้องมาก่อน" ผ่าน:

  โปรแกรมการฝึกอบรมและประเมินความสามารถพนักงานและผู้รับเหมาอย่างสม่ำเสมอ
  โปรแกรมความปลอดภัยเชิงพฤติกรรม (Behavior-based Safety) เพื่อส่งเสริมการปฎิบัติที่ปลอดภัย
  การสอบสวนเหตุการณ์เฉียดอุบัติเหตุ (Near-misses) ทุกเหตุการณ์ณืคือบทเรียนเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

4.  มาตรฐานของผู้รับเหมา (Contractor Standards): ความปลอดภัยของผู้รับเหมามักเป็นความท้าทายที่ยากที่สุด CBRE บริหารจัดการความเสี่ยงนี้โดย:

  บังคับใช้กฎ Life-Saving Rules อย่างเคร่งครัด
  รักษาคะแนนดัชนีการประเมินความปลอดภัย (SAI) ของผู้ปฏิบัติงานภายนอกให้อยู่ในระดับสูง
  เข้าร่วมคณะกรรมการความปลอดภัยผู้รับเหมาเพื่อรักษามาตรฐาน

ความเข้มงวดระดับนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานภายในหรือภายนอก จะทำงานภายใต้มาตรฐานความเป็นเลิศเดียวกันเพื่อบรรลุและรักษาเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทย

บทบาทของการบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทยต่อความปลอดภัยในสถานที่ทำงานคืออะไร 

การบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการดูแลการดำเนินงานรายวัน การซ่อมบำรุง และการควบคุมความเสี่ยง เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 รวมถึงการตรวจสอบความปลอดภัยเชิงป้องกันเพื่อรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ

การบริหารทรัพยากรอาคารแบบบูรณาการช่วยสนับสนุนเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ได้อย่างไร

ช่วยรวมศูนย์กระบวนการความปลอดภัย การกำดูแลผู้รับเหมา และการจัดการความเสี่ยงไว้ในระบบเดียว ลดความผิดพลาดจากบุคคล และทำให้มั่นใจว่าบุคลากรทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

พร้อมที่จะยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรของคุณแล้วหรือยัง ติดต่อ CBRE GWS วันนี้ เพื่อเรียนรู้ว่าบริการบริหารทรัพยากรอาคารของเราจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรของคุณไปสู่เป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ได้อย่างไร 


อ่านเพิ่ม
การบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทย: แนวโน้มสำคัญและบทเรียนล้ำค่า
การบริหารทรัพยากรอาคารในประเทศไทย: หลีกหนีวงจรการใช้จ่ายแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า