ข่าวประชาสัมพันธ์
ซีบีอาร์อีเผยตลาด Branded Residence ในไทย
16 ตุลาคม 2568
ติดต่อ
หัวหน้าแผนกการตลาดและสื่อสารองค์กร ประเทศไทย
ซีบีอาร์อีเผยตลาด Branded Residence ในไทย ก้าวสู่ผู้นำในเอเชียแปซิฟิก
มากกว่าความหรูหรา แต่คือมาตรฐานระดับโลกที่สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ
ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยภาพรวมตลาด Branded Residence ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีภูเก็ตและกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลักที่น่าจับตามอง อีกทั้งชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างที่สำคัญของตลาด Branded Residence ในประเทศไทย ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดีไซน์ที่หรูหราและการบริการระดับโลกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงมาตรฐานคุณภาพในทุกมิติของการอยู่อาศัยที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า "ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ตลาด Branded Residence ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในทุกช่วงเวลาได้อย่างสวยงาม"
"ลูกค้าส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ และชื่นชอบงานบริการที่มาพร้อมกับแบรนด์นั้น ๆ แม้หลายคนอาจมองว่า Branded Residence โดดเด่นแค่เรื่องดีไซน์และการบริการ แต่ความจริงแล้ว ผู้ประกอบการโรงแรม (Hotel Operator) ได้เข้ามาร่วมกำหนดมาตรฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในหลากหลายมิติเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบายสูงสุด อาทิ ขนาดห้องพัก วัสดุอุปกรณ์ที่เลือกใช้ในโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนถึงมาตรฐานงานระบบความปลอดภัย สุขอนามัย หรือแม้กระทั่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มาตรฐานเหล่านี้ถูกยกระดับตามข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานสากลซึ่งถูกกำหนดมาจากแบรนด์โรงแรมต่างๆ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในรายละเอียดของแต่ละแบรนด์ แม้สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มต้นทุนในการพัฒนา แต่ก็แลกมาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก มาตรฐานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบที่สามารถ 'plug in' ได้ภายหลังจากที่โครงการสร้างแล้วเสร็จ แต่เป็นฐานรากของงานดีไซน์ที่ล้วนถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่พักอาศัยได้อย่างยั่งยืน ทำให้ Branded Residence ได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าเพื่อการอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุน"
“นอกจากนี้ Branded Residence ยังดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อจากหลากหลายประเทศทั่วโลกที่เชื่อมั่นในแบรนด์ และมั่นใจว่าจะได้รับมาตรฐานเดียวกันทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในเครือโรงแรมทั่วโลกอีกด้วย” นางสาวอาทิตยา กล่าวเสริม
ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของ Branded Residence อย่างน่าจับตา โดยมีสัดส่วนการครองตลาดของโครงการที่สร้างแล้วเสร็จในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 24% ตามหลังอเมริกาเหนือ ซึ่งมีส่วนแบ่ง 34% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโครงการที่สร้างแล้วเสร็จและโครงการที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง (Pipeline) คาดการณ์ว่าทั้งสองภูมิภาคจะมีส่วนแบ่งตลาดที่เท่ากันที่ 23% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเอเชียแปซิฟิก



ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนใน Branded Residence และมีการเติบโตมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วย การเติบโตของภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก (Global Destination), ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure), มาตรฐานของระบบบริการสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ระบบการศึกษาที่ได้มาตรฐาน ชื่อเสียงด้านการบริการและคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงความคุ้มค่าและผลตอบแทนจากการลงทุน เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์มีศักยภาพในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดี ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภูเก็ตและกรุงเทพฯเป็นเมืองที่ได้รับประโยชน์สูงสุด และมีจำนวน Branded Residence มากที่สุดในโลก อีกทั้งความต้องการที่พักอาศัยหรูหราและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตระดับสูง กำลังเป็นเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่คุ้มค่า การลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ อาคารสำนักงานเกรดเอ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ยิ่งไปกว่านั้น หากโครงการเหล่านั้นได้รับการบริหารจัดการโดยแบรนด์ระดับโลก ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าและความมั่นใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้เช่า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว การลงทุนในที่พักอาศัยประเภท Branded Residence โดยเฉพาะที่ได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างถาวร (Freehold) จึงมอบผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จากข้อมูลการซื้อขายของซีบีอาร์อี พบว่า ที่พักอาศัยประเภท Branded Residence ในทำเลเดียวกัน สามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Gross Yield) ได้สูงกว่าโครงการที่ไม่ใช่ Branded Residence ถึง 50%-80% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอย่างแท้จริง
“Branded Residence จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ปรารถนาการใช้ชีวิตเหนือระดับตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว ซึ่งได้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก และยังสามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้อย่างภาคภูมิ” นางสาวอาทิตยา กล่าวสรุป
เกี่ยวกับซีบีอาร์อี กรุ๊ป อิงค์
ซีบีอาร์อี กรุ๊ป อิงค์ (NYSE:CBRE) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (พิจารณาจากผลประกอบการในปี 2567) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในดัลลัส และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน Fortune 500 และเป็น 1 ใน 500 บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดโดยสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส มีบุคลากรประมาณ 140,000 คน (รวมพนักงานของเทิร์นเนอร์ แอนด์ ทาวน์เซนด์) ที่ให้บริการลูกค้ามากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซีบีอาร์อีเปิดให้บริการในกรุงเทพมหานครในปี 2531 และขยายสู่ภูเก็ตในปี 2547 ซีบีอาร์อีให้บริการลูกค้าผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ บริการการให้คำปรึกษา (การเช่า การขาย การจัดหาเงินกู้ การบริหารจัดการด้านสินเชื่อ การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน) การบริหารอาคารและประสบการณ์การใช้อาคาร (การบริหารทรัพยากรอาคาร การบริหารอาคาร พื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นและประสบการณ์การใช้พื้นที่ บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล) การบริหารโครงการ (การบริหารโปรแกรม การบริหารโครงการ การให้คำปรึกษาด้านต้นทุน) การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ (การจัดการการลงทุน การพัฒนา) เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.cbre.co.th.