บทความ | การลงทุนที่ชาญฉลาด
“ดุสิต อจารา หัวหิน” เผย 7 มิติเจาะลึกศักยภาพพื้นที่หัวหิน
สร้างมาตรฐานใหม่เพื่อการอยู่อาศัย ยกระดับสู่ “Sustainable Well-Being” พร้อมศักยภาพการลงทุนระยะยาว
02 มีนาคม 2569
“ดุสิต อจารา หัวหิน” สร้างมาตรฐานใหม่เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ด้วย “Sustainable Well-Being” โชว์ 7 มุมมองวิเคราะห์เจาะลึกบนพื้นที่ศักยภาพหัวหิน ด้วยเลนส์ผู้นำระดับสูงขององค์กรทั้ง เอสซีจี (SCG) ซีบีอาร์อี ประเทศไทย (CBRE) อาร์คิเทคทูรา (Arkitektura) สถาปนิก 49 (A49) พี แลนด์สเคป (P Landscape) และการบริการจาก โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (Dusit Thani Hua Hin) พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาโครงการระดับลักซ์ชัวรี่ตอบโจทย์แนวคิด Multi-generational Living & Pet Friendly ผ่านแคมเปญ "Behind Dusit Ajara: Commitment in Action” ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง พร้อมฉายศักยภาพพื้นที่หัวหินที่มีการพัฒนาและเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการรูปแบบ Branded Residences ที่จำนวนซัพพลายมีจำกัดแต่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณภาพและโอกาสในการลงทุนระยะยาวด้วย Yield สูงถึง 7–9%*
คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมา เอสซีจี อาจเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาวัสดุก่อสร้าง แต่ในปัจจุบัน เราได้ขยายบทบาทสู่การพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านพื้นที่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ สำหรับโครงการนี้ เราได้นำมาตรฐาน Fitwel ซึ่งพัฒนาโดย Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้ตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ ภายใต้แนวทาง ‘Fitwel: Low Rise Residential’ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในเอเชีย Fitwel เป็นมาตรฐานที่เน้นการออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกวัน ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งหมายความว่าที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกัน เรายังคัดเลือกวัสดุและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ฉลาก ‘SCG Green Choice’ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดของเสียในกระบวนการผลิตและการใช้งาน แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการผสานทั้งในด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสุขภาวะที่ดี (Well-being) เข้าด้วยกันอย่างสมดุล นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในระยะยาวของอาคาร ทั้งในด้านการใช้พลังงาน การจัดการทรัพยากร และการดูแลรักษา เพื่อให้โครงการสามารถส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเสริม แต่เป็นรากฐานที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรก เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และอนาคตของเมือง”
สำหรับการออกแบบโครงการได้ร่วมมือกับ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด โดย คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ให้ข้อมูลการออกแบบว่า “ทุกโครงการเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่ สำหรับ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ เราตั้งคำถามสำคัญว่า สถาปัตยกรรมควรตอบสนองต่อวิถีชีวิตของผู้คนในหัวหินอย่างไร เพราะหัวหินไม่ใช่บริบทของเมืองใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งในด้านภูมิอากาศ ธรรมชาติ และจังหวะการใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายมากกว่าความท้าทายของการออกแบบจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างความเปิดโล่งกับการปกป้องจากสภาพอากาศ ทั้งแสงแดดและลม รวมถึงการออกแบบให้เกิดความรู้สึกของการเข้าถึง (arrival experience) ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 20 ไร่ และจำนวนเพียง 96 ยูนิต ทำให้เราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความหนาแน่น แต่สามารถออกแบบพื้นที่ได้อย่างมีความต่อเนื่อง โปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายอย่างเป็นธรรมชาติ การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการวางทิศทางอาคารเพื่อรับลม การเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสมโดยลดความร้อนสะสม รวมถึงการสร้างพื้นที่รอยต่อระหว่างภายในและภายนอกที่มีร่มเงาและใช้งานได้จริง ในด้านการวางผัง เราให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทั้งในเรื่องของการสัญจรที่ชัดเจน การจัดสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสม และการเชื่อมต่อพื้นที่ตั้งแต่จุดเข้าโครงการไปจนถึงพื้นที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ เรามองว่าสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ต้องสามารถรองรับการใช้งานได้จริง สะดวกสบาย และอยู่ได้ในระยะยาว สุดท้าย สถาปัตยกรรมของโครงการนี้ไม่ได้ตั้งอยู่เพียงลำพัง แต่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อสร้างความรู้สึกของความเปิดโล่ง การเชื่อมต่อ และความกลมกลืนในภาพรวมของโครงการ โดยการจัดวางอาคารคำนึงถึงทั้งมุมมอง ความเป็นส่วนตัว และความสมดุลของพื้นที่โดยรวม เพราะในท้ายที่สุด สถาปัตยกรรมคือสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันในทุกวัน”
โจทย์ความท้าทายในการออกแบบพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 60% หรือ “Bridging Oasis” บนพื้นที่โครงการฯ ซึ่งทางคุณหทัย รจนาศรีไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด กล่าวว่า “สำหรับโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ภูมิทัศน์ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม แต่เป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิต ที่ส่งผลต่อทั้งการเคลื่อนไหว ความรู้สึก และประสบการณ์ในแต่ละวันของผู้อยู่อาศัย โดยตั้งแต่เริ่มต้น แนวคิดของเราคือการสร้าง ‘Bridging Oasis’ หรือโอเอซิสที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในได้ ความท้าทายของการออกแบบในระดับนี้ ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่คือการทำให้พื้นที่นั้นมีความหมายและใช้งานได้จริงในระยะยาว โดยต้องคำนึงถึงทั้งบริบทของหัวหิน การเติบโตของธรรมชาติ ความยั่งยืน และการรองรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย ภูมิทัศน์จึงถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของผังโครงการ ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมในการกำหนดการสัญจร สร้างพื้นที่กลางแจ้งที่ร่มรื่น และช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย ทั้งในด้านอุณหภูมิและความสบายโดยรวม ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางซึ่งถือเป็นหัวใจของโครงการ ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Courtyard Area ที่เชื่อมโยงอาคารทั้งหมดเข้าด้วยกัน พื้นที่สนามหญ้าใต้ร่มไม้ใหญ่ พร้อม Mini Amphitheater สำหรับการทำกิจกรรม ไปจนถึง Jogging Track และ Covered Walkway ที่เชื่อมต่อทุกอาคารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่สำหรับเด็กที่ออกแบบตามหลักพัฒนาการ และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่รองรับการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ตลอดจนพื้นที่สระว่ายน้ำในรูปแบบ Loop Pool ที่ผสานฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวในทุกช่วงวัย รวมถึงผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการกิจกรรมการเคลื่อนไหวเบาๆ หรือในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของ ‘โอเอซิส’ ไม่ได้อยู่เพียงในเชิงกายภาพ แต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน พื้นที่นี้ถูกออกแบบเพื่อสร้างความสงบ ความผ่อนคลาย และความรู้สึกของการเชื่อมโยง ทั้งกับธรรมชาติ คนรอบข้าง และตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภูมิทัศน์ที่ดี ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่คือสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตและรู้สึกได้ในทุกวัน”
ด้านคุณสมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด กล่าวว่า “เราได้ร่วมงานกับกลุ่มดุสิตมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันคือความสอดคล้องในแนวคิด โดย Arkitektura ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยรายละเอียดและความประณีต สะท้อนความงามแบบ Timeless ที่สามารถอยู่ได้ในระยะยาวเอกลักษณ์ของแบรนด์คือการยกระดับสไตล์ Minimal ให้มีความชัดเจนและมีเอกลักษณ์ ผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุคุณภาพสูง การจัดวางพื้นที่อย่างโปร่งโล่ง และการสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับความคลาสสิก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของดุสิตในการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกาลเวลา สำหรับโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ทุกยูนิตได้รับการออกแบบให้เป็น Fully Furnished Residences ที่พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรก โดยมีการคัดสรรองค์ประกอบทุกส่วนอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ วัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดของการใช้งาน เพื่อให้ทุกอย่างมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกันในทุกมิติ การร่วมมือกับแบรนด์ Caracole ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับลักซ์ชัวรี่จากสหรัฐอเมริกา ช่วยเติมเต็มแนวคิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูแบบ ‘Relaxed Luxury’ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายผ่านการออกแบบที่เรียบง่ายและประณีตผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัย ผ่านงานฝีมือที่ประณีตและรายละเอียดที่ใส่ใจในทุกองค์ประกอบ ทั้งหมดนี้ช่วยลดความซับซ้อนให้กับผู้ซื้อ และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์ พร้อมให้เริ่มต้นการใช้ชีวิตได้ทันที โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพและความสอดคล้องในภาพรวมของโครงการได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การออกแบบยังคำนึงถึงการใช้งานจริงในระยะยาว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และรู้สึกถึงความลงตัวของพื้นที่ในทุกวัน ทุกองค์ประกอบจึงถูกออกแบบให้พร้อม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยสามารถเริ่มต้นได้ทันที”
“ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทั้ง 7 มิติ ที่ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของหัวหินผ่านโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ซึ่งมุ่งยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยสู่แนวคิด ‘Sustainable Well-Being’ เพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ดำเนินการก่อสร้าง Sales Gallery แล้วเสร็จ พร้อมให้เยี่ยมชมที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขณะเดียวกัน โครงการยังได้รับการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อย และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนงาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบประมาณปี พ.ศ. 2571 โครงการนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดุสิตในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับรูปแบบการอยู่อาศัยในหัวหินสู่มาตรฐานใหม่ในระยะยาว” คุณละเอียด กล่าวสรุป
คลิกดูข้อมูลโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน หรือ ติดต่อ CBRE เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม


คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ที่ผ่านมา เอสซีจี อาจเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาวัสดุก่อสร้าง แต่ในปัจจุบัน เราได้ขยายบทบาทสู่การพัฒนาโซลูชันที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านพื้นที่ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ สำหรับโครงการนี้ เราได้นำมาตรฐาน Fitwel ซึ่งพัฒนาโดย Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ประเทศสหรัฐอเมริกา มาใช้ตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบ ภายใต้แนวทาง ‘Fitwel: Low Rise Residential’ ซึ่งนับเป็นโครงการแรกในเอเชีย Fitwel เป็นมาตรฐานที่เน้นการออกแบบพื้นที่เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกวัน ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งหมายความว่าที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สวยงาม แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกัน เรายังคัดเลือกวัสดุและโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ฉลาก ‘SCG Green Choice’ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดของเสียในกระบวนการผลิตและการใช้งาน แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการผสานทั้งในด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และสุขภาวะที่ดี (Well-being) เข้าด้วยกันอย่างสมดุล นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในระยะยาวของอาคาร ทั้งในด้านการใช้พลังงาน การจัดการทรัพยากร และการดูแลรักษา เพื่อให้โครงการสามารถส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงองค์ประกอบเสริม แต่เป็นรากฐานที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรก เพื่อสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และอนาคตของเมือง”


สำหรับการออกแบบโครงการได้ร่วมมือกับ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด โดย คุณสมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ให้ข้อมูลการออกแบบว่า “ทุกโครงการเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่ สำหรับ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ เราตั้งคำถามสำคัญว่า สถาปัตยกรรมควรตอบสนองต่อวิถีชีวิตของผู้คนในหัวหินอย่างไร เพราะหัวหินไม่ใช่บริบทของเมืองใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งในด้านภูมิอากาศ ธรรมชาติ และจังหวะการใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายมากกว่าความท้าทายของการออกแบบจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างความเปิดโล่งกับการปกป้องจากสภาพอากาศ ทั้งแสงแดดและลม รวมถึงการออกแบบให้เกิดความรู้สึกของการเข้าถึง (arrival experience) ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 20 ไร่ และจำนวนเพียง 96 ยูนิต ทำให้เราไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความหนาแน่น แต่สามารถออกแบบพื้นที่ได้อย่างมีความต่อเนื่อง โปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกสบายอย่างเป็นธรรมชาติ การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการวางทิศทางอาคารเพื่อรับลม การเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสมโดยลดความร้อนสะสม รวมถึงการสร้างพื้นที่รอยต่อระหว่างภายในและภายนอกที่มีร่มเงาและใช้งานได้จริง ในด้านการวางผัง เราให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทั้งในเรื่องของการสัญจรที่ชัดเจน การจัดสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสม และการเชื่อมต่อพื้นที่ตั้งแต่จุดเข้าโครงการไปจนถึงพื้นที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ เรามองว่าสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ต้องสามารถรองรับการใช้งานได้จริง สะดวกสบาย และอยู่ได้ในระยะยาว สุดท้าย สถาปัตยกรรมของโครงการนี้ไม่ได้ตั้งอยู่เพียงลำพัง แต่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อสร้างความรู้สึกของความเปิดโล่ง การเชื่อมต่อ และความกลมกลืนในภาพรวมของโครงการ โดยการจัดวางอาคารคำนึงถึงทั้งมุมมอง ความเป็นส่วนตัว และความสมดุลของพื้นที่โดยรวม เพราะในท้ายที่สุด สถาปัตยกรรมคือสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันในทุกวัน”
โจทย์ความท้าทายในการออกแบบพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 60% หรือ “Bridging Oasis” บนพื้นที่โครงการฯ ซึ่งทางคุณหทัย รจนาศรีไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด กล่าวว่า “สำหรับโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ภูมิทัศน์ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงองค์ประกอบเสริม แต่เป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิต ที่ส่งผลต่อทั้งการเคลื่อนไหว ความรู้สึก และประสบการณ์ในแต่ละวันของผู้อยู่อาศัย โดยตั้งแต่เริ่มต้น แนวคิดของเราคือการสร้าง ‘Bridging Oasis’ หรือโอเอซิสที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในได้ ความท้าทายของการออกแบบในระดับนี้ ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่คือการทำให้พื้นที่นั้นมีความหมายและใช้งานได้จริงในระยะยาว โดยต้องคำนึงถึงทั้งบริบทของหัวหิน การเติบโตของธรรมชาติ ความยั่งยืน และการรองรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย ภูมิทัศน์จึงถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของผังโครงการ ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมในการกำหนดการสัญจร สร้างพื้นที่กลางแจ้งที่ร่มรื่น และช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย ทั้งในด้านอุณหภูมิและความสบายโดยรวม ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางซึ่งถือเป็นหัวใจของโครงการ ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Courtyard Area ที่เชื่อมโยงอาคารทั้งหมดเข้าด้วยกัน พื้นที่สนามหญ้าใต้ร่มไม้ใหญ่ พร้อม Mini Amphitheater สำหรับการทำกิจกรรม ไปจนถึง Jogging Track และ Covered Walkway ที่เชื่อมต่อทุกอาคารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่สำหรับเด็กที่ออกแบบตามหลักพัฒนาการ และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่รองรับการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ตลอดจนพื้นที่สระว่ายน้ำในรูปแบบ Loop Pool ที่ผสานฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย การพักผ่อน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวในทุกช่วงวัย รวมถึงผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการกิจกรรมการเคลื่อนไหวเบาๆ หรือในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของ ‘โอเอซิส’ ไม่ได้อยู่เพียงในเชิงกายภาพ แต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน พื้นที่นี้ถูกออกแบบเพื่อสร้างความสงบ ความผ่อนคลาย และความรู้สึกของการเชื่อมโยง ทั้งกับธรรมชาติ คนรอบข้าง และตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภูมิทัศน์ที่ดี ไม่ใช่เพียงสิ่งที่มองเห็น แต่คือสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตและรู้สึกได้ในทุกวัน”
ด้านคุณสมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด กล่าวว่า “เราได้ร่วมงานกับกลุ่มดุสิตมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกันคือความสอดคล้องในแนวคิด โดย Arkitektura ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยรายละเอียดและความประณีต สะท้อนความงามแบบ Timeless ที่สามารถอยู่ได้ในระยะยาวเอกลักษณ์ของแบรนด์คือการยกระดับสไตล์ Minimal ให้มีความชัดเจนและมีเอกลักษณ์ ผ่านการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุคุณภาพสูง การจัดวางพื้นที่อย่างโปร่งโล่ง และการสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับความคลาสสิก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของดุสิตในการสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือกาลเวลา สำหรับโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ทุกยูนิตได้รับการออกแบบให้เป็น Fully Furnished Residences ที่พร้อมสำหรับการอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรก โดยมีการคัดสรรองค์ประกอบทุกส่วนอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ วัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดของการใช้งาน เพื่อให้ทุกอย่างมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกันในทุกมิติ การร่วมมือกับแบรนด์ Caracole ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับลักซ์ชัวรี่จากสหรัฐอเมริกา ช่วยเติมเต็มแนวคิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูแบบ ‘Relaxed Luxury’ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายผ่านการออกแบบที่เรียบง่ายและประณีตผสานความคลาสสิกและความร่วมสมัย ผ่านงานฝีมือที่ประณีตและรายละเอียดที่ใส่ใจในทุกองค์ประกอบ ทั้งหมดนี้ช่วยลดความซับซ้อนให้กับผู้ซื้อ และสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์ พร้อมให้เริ่มต้นการใช้ชีวิตได้ทันที โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพและความสอดคล้องในภาพรวมของโครงการได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การออกแบบยังคำนึงถึงการใช้งานจริงในระยะยาว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และรู้สึกถึงความลงตัวของพื้นที่ในทุกวัน ทุกองค์ประกอบจึงถูกออกแบบให้พร้อม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยสามารถเริ่มต้นได้ทันที”
“ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทั้ง 7 มิติ ที่ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของหัวหินผ่านโครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ซึ่งมุ่งยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยสู่แนวคิด ‘Sustainable Well-Being’ เพื่อสร้างสมดุลที่ยั่งยืน ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ดำเนินการก่อสร้าง Sales Gallery แล้วเสร็จ พร้อมให้เยี่ยมชมที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขณะเดียวกัน โครงการยังได้รับการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อย และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนงาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบประมาณปี พ.ศ. 2571 โครงการนี้จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดุสิตในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับรูปแบบการอยู่อาศัยในหัวหินสู่มาตรฐานใหม่ในระยะยาว” คุณละเอียด กล่าวสรุป
คลิกดูข้อมูลโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน หรือ ติดต่อ CBRE เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม