บทความ | การลงทุนที่ชาญฉลาด

เมื่อภูเก็ตไม่ได้เป็นแค่ที่เที่ยว

พลิกโฉมจากเมืองพักร้อนยอดนิยม สู่ "บ้าน" หลังใหม่อย่างถาวร

19 สิงหาคม 2569

phuket-evolution-972x1296

ภูเก็ตในวันนี้แตกต่างจากเมื่อห้าหรือสิบปีก่อนอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเกาะแห่งนี้ แต่เรากลับพบแนวโน้มการพำนักอาศัยที่ยาวนานขึ้นจนถึงขั้นย้ายมาอยู่ถาวร จากการพูดคุยกับลูกค้าและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทุก ๆ วัน ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ภูเก็ตกำลังก้าวสู่การเป็น "บ้านหลังหลัก" ของประชากรจากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่นี่เริ่มตอบโจทย์เป้าหมายสองด้านขนานกันไป นั่นคือยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกจะพำนักในระยะยาวหรือย้ายถิ่นฐานมาอยู่เลยทีเดียว ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลับเด่นชัดขึ้นอย่างก้าวกระโดด เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลธุรกิจแบบ "ซื้อเพื่อปล่อยเช่า" (Buy-to-let) ไปสู่แนวคิดแบบ "ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง" (Buy-to-live) อย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยสำคัญมาจากวิถีการทำงานทางไกล (Remote Work) ที่มอบความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต ประกอบกับผู้คนในยุคนี้ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่พร้อมไปด้วยความสะดวกและความผ่อนคลาย ซึ่งภูเก็ตสามารถตอบรับความต้องการเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บริการในท้องถิ่น รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ที่ตั้งใจจะย้ายมาปักหลักในระยะยาวโดยเฉพาะ

วันนี้ ภูเก็ตจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเลือกมาเริ่มต้นและสร้างชีวิตใหม่ที่นี่อย่างแท้จริง

ระยะเวลาพำนักที่ยาวนานขึ้น กับความคาดหวังที่เปลี่ยนไป

ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แม้การเข้าพักระยะสั้นจะยังคงมีความสำคัญ แต่ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มผู้เดินทางที่กลับมาเยือนเป็นประจำ พำนักยาวนานขึ้น หรือเลือกที่จะสร้างบ้านหลังที่สองบนเกาะแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เรากำลังเห็นปรากฏการณ์ "การยกระดับสู่คุณภาพ" (Flight to Quality) ซึ่งหมายความว่า ผู้ซื้อไม่ได้พึงพอใจเพียงแค่ห้องชุดตากอากาศรูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป แต่พวกเขามองหาบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางขึ้น มีห้องทำงานส่วนตัว (Home Office) และห้องครัวระดับไฮเอนด์

สำหรับหลาย ๆ คนแล้ว ภูเก็ตมอบความลงตัวที่หาได้ยากจากที่อื่น โดยสามารถผสานมาตรฐานการครองชีพที่สูงเข้ากับค่าครองชีพที่ยังคงคุ้มค่าและแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับมหานครใหญ่อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือดูไบ นอกจากนี้ การอยู่ในเขตเวลาเดียวกับศูนย์กลางทางการเงินอื่น ๆ ในเอเชีย ยังเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับกลุ่มคนทำงานทางไกล (Digital Nomads) และเจ้าของกิจการที่ย้ายมาตั้งรกรากที่นี่เพิ่มมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลต่อรูปแบบการลงทุนของผู้คน โดยผู้ซื้อจำนวนมากก้าวเข้าสู่ตลาดด้วยมุมมองระยะยาว พวกเขาไม่ได้โฟกัสเพียงแค่ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าระยะสั้น (Rental Yield) เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการรักษาความมูลค่าของสินทรัพย์และการได้เข้าอยู่อาศัยเองด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะซื้อด้วยเงินสดแทนการพึ่งพาสินเชื่อธนาคาร ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตมีความมั่นคงและเสถียรภาพมากกว่าตลาดที่พึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้ โครงการประเภท Branded Residences (ที่อยู่อาศัยภายใต้การบริหารของแบรนด์โรงแรมชั้นนำ) จึงมีความโดดเด่นและได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างมาก เนื่องจากโครงการเหล่านี้มีการบริหารจัดการและการดูแลบำรุงรักษาที่ได้มาตรฐานสม่ำเสมอ ซึ่งตอบโจทย์ผู้ซื้อชาวต่างชาติที่อาจไม่ได้อยู่บนเกาะตลอดทั้งปี แต่ต้องการความอุ่นใจว่าสินทรัพย์ของตนจะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมโดยแบรนด์ระดับโลก

ในขณะเดียวกัน ใช่ว่าสินทรัพย์ทุกประเภทจะได้รับประโยชน์จากเทรนด์นี้เท่า ๆ กัน โครงการที่มุ่งเน้นเพียงการท่องเที่ยวระยะสั้น โดยไม่มีการปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการของผู้พำนักระยะยาว ก็อาจต้องเผชิญกับภาวะที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในท้ายที่สุด

ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ชีวิตประจำวัน 

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราได้เห็น คือความพร้อมและแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ชีวิตประจำวันในภูเก็ต ในอดีต ผู้คนมักจะกังวลเรื่องระบบสาธารณสุขหรือโรงเรียนเมื่อคิดจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ในปัจจุบัน ช่องว่างเหล่านั้นได้รับการเติมเต็มจนเกือบสมบูรณ์แล้ว

ในทำนองเดียวกัน หากคุณอาศัยอยู่ในย่านเชิงทะเลหรือพื้นที่ลากูน่า คุณสามารถเข้าถึงโรงเรียนนานาชาติ สถานพยาบาลระดับโลก แหล่งช้อปปิ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบได้ภายในระยะเวลาขับรถเพียง 15 นาที ซึ่งนี่คือภาพสะท้อนของแนวคิด "เมือง 15 นาที" (15-Minute City) ที่ผู้คนมักจะพูดถึงกัน และภูเก็ตกำลังก้าวไปสู่จุดนั้นได้อย่างแท้จริง

ภาคการศึกษาถือเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดและเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากถาวรที่นี่ โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น โรงเรียนนานาชาติบริติช ภูเก็ต (BISP) และโรงเรียนนานาชาติ ยูดับเบิลยูซี ประเทศไทย (UWC Thailand) ต่างมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องเป็นรายปี ไม่ใช่แค่การมาเรียนระยะสั้นช่วงวันหยุด ซึ่งความผูกพันระยะยาวนี้ช่วยยึดโยงให้ครอบครัวต่าง ๆ ปักหลักอยู่บนเกาะ และขับเคลื่อนให้ชุมชนโดยรอบเติบโตไปพร้อมกัน และการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษานี้จะยิ่งขยายตัวมากขึ้นไปอีก เมื่อโรงเรียนนานาชาตินอร์ทลอนดอนคอลลีเจียต (NLCS International) เตรียมเปิดตัวโรงเรียนไป-กลับและโรงเรียนประจำระดับพรีเมียมแห่งใหม่ในย่านม่าหนิกในปี 2028

ทางด้านระบบสาธารณสุขก็มีการพัฒนามาอย่างยาวนานเช่นกัน สถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงอย่างโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งใหม่ก็กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อมีคลินิกเฉพาะทางรวมถึงศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Clinics) เปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น ผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่ใส่ใจในสุขภาพจะยิ่งรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยมในการเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แบบเต็มเวลา

บทบาทใหม่ของการใช้ชีวิตบนเกาะภูเก็ต

ในขณะที่เกาะภูเก็ตกำลังเติบโตและพัฒนาไปอีกขั้น เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทยอยเข้าสู่ตลาด แม้ว่าคอนโดมิเนียมติดชายหาดจะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันมีโครงการประเภท มิกซ์ยูส (Mixed-Use) เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการผสานรวมพื้นที่อยู่อาศัย แหล่งช้อปปิ้ง และศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness) ไว้ในที่เดียวกันอย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายในตัวเอง สิ่งสำคัญที่ต้องหันมาใส่ใจในตอนนี้คือ "การพัฒนาอย่างยั่งยืน" และการปกป้องความงดงามทางธรรมชาติอันเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมที่ทำให้ภูเก็ตมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบัน เราเริ่มเห็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากหันมาผสานมาตรฐานตึกเขียว (Green Building) และฟังก์ชันเพื่อสุขภาพเข้ามาในโครงการ เนื่องจากผู้ซื้อในยุคนี้เริ่มมองหาและสอบถามถึงปัจจัยเหล่านี้อย่างจริงจัง

ก้าวต่อไปสู่อนาคต

ปัจจัยสำคัญสองประการที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางก้าวต่อไปของภูเก็ต คือ "เครือข่ายการคมนาคม" และ "ระบบถนน" โดยการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต เฟส 2 ด้วยงบลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเป็น 18 ล้านคนต่อปี นั้น จะช่วยให้การเดินทางมายังเกาะแห่งนี้สะดวกสบายยิ่งขึ้น สำหรับกลุ่มผู้พำนักระยะยาวและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

ในส่วนของการคมนาคมทางบก เครือข่ายถนนสายใหม่ ๆ และโครงการทางพิเศษที่วางแผนไว้ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อมีผู้คนย้ายมาตั้งรกรากถาวรมากขึ้น การเดินทางสัญจรที่สะดวกสบายในชีวิตประจำวันย่อมมีความสำคัญพอ ๆ กับความสะดวกในการเดินทางมาถึงเกาะตั้งแต่แรก

ทว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการควบคุมดูแลไม่ให้การเติบโตนี้ไปทำลายสิ่งที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้เข้ามา เนื่องจากความน่าหลงใหลของภูเก็ตยังคงตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและคุณภาพชีวิตที่ดี หากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เติบโตจนเกินขอบเขตและทำลายสิ่งเหล่านี้ ตลาดก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุน คำถามในวันนี้จึงเรียบง่ายอย่างยิ่ง: คุณกำลังสร้างโครงการเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ในปัจจุบัน หรือกำลังสร้างเพื่อรองรับภาพจำของภูเก็ตในอดีตที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว


บทความโดย ประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย


ข้อสงวนสิทธิ์: 

ที่ซีบีอาร์อี เราให้ความสำคัญและเชื่อมั่นในคุณค่าแห่งความเชี่ยวชาญจากบุคลากรเป็นสำคัญยิ่ง แม้ว่าเราอาจนำเครื่องมือ Generative AI มาใช้เพื่อสนับสนุนการจัดลำดับเนื้อหาและช่วยในการเรียบเรียง แต่ข้อมูลเชิงลึก แนวคิดริเริ่ม และทัศนะคติความเห็นที่เผยแพร่ในชุดบทความ "Perspectives" นั้น ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของซีบีอาร์อีโดยสมบูรณ์ ทุกบทความถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดต้นฉบับของผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยบุคลากร เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของข้อมูลและเนื้อหาทางเทคนิค เนื้อหาในที่นี้มิได้ถือเป็นการให้คำแนะนำทางวิชาชีพ และไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างอิงเพื่อการดังกล่าว

ติดต่อ

ข้อมูลเชิงลึกล่าสุด